thansettakij
thansettakij
ม็อบโคนม บุก พาณิชย์ จี้ชะลอนำเข้านมผง ชง 6 มาตรการด่วน

ม็อบโคนม บุก พาณิชย์ จี้ชะลอนำเข้านมผง ชง 6 มาตรการด่วน

05 มี.ค. 2569 | 07:02 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มี.ค. 2569 | 08:31 น.

เกษตรกรโคนม ยื่นหนังสือก.พาณิชย์ หลังน้ำนมดิบล้นตลาดกว่า 211 ตันต่อวัน กระทบเกษตรกรกว่า 15,000 ราย เรียกร้องชะลอนำเข้านมผง เร่งรับซื้อนมไทยก่อน พร้อมเสนอ 6 มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาอุตสาหกรรมนมไทย

KEY

POINTS

  • กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรวมตัวประท้วงที่กระทรวงพาณิชย์ เรียกร้องให้แก้ปัญหาราคาน้ำนมดิบตกต่ำ
  • เสนอให้ชะลอการนำเข้านมผงจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาถูกกว่าและส่งผลกระทบต่อการรับซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกรไทย
  • ระบุว่าปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดกว่า 211 ตันต่อวัน ทำให้เกษตรกรกว่า 15,000 คนได้รับความเดือดร้อน
  • ยื่นข้อเสนอ 6 มาตรการเร่งด่วน เช่น การเร่งระบายน้ำนมดิบและนม UHT ที่ค้างสต็อก และการปรับปรุงฉลากผลิตภัณฑ์

วันนี้ ( 5 มีนาคม 2569) กลุ่มชุมนุมสหกรณ์นมโคแห่งประเทศไทยจำกัด นำโดย นายสุบิน ป้อมโอชา ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด รวมตัวการเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหาราคาน้ำนมดิบ 

นายสุบิน ป้อมโอชา ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตอนนี้มีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมากถึง 15,000 คน และน้ำนมดิบที่ไม่มีการรับซื้อมาราว 211 ตันต่อวัน เป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาที่ยังไม่มีการรับซื้อ รวมถึงปัญหาต่างๆ 

โดยให้ชะลอการนำเข้านมผงซึ่งส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำนมดิบ ซึ่งการอนุญาตให้นำเข้านมผงมีราคาต่ำกว่าน้ำนมดิบ ทำให้ผู้ประกอบการหันมาซื้อนมผงแทน

ทั้งนี้ ยอมรับว่าเกษตรกรเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรให้หมดก่อนแล้วค่อยนำเข้านมผง ปัจจุบันนมผง 1 กิโลต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 12 - 13 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนน้ำนมดิบอยู่ที่ 23 บาท จากเดิม 22.75 บาทต่อกิโลกรัมประกาศราคากลาง

 

ม็อบโคนม บุก พาณิชย์ จี้ชะลอนำเข้านมผง ชง 6 มาตรการด่วน  

ขณะเดียวกัน วันนี้กลุ่มชุมนุมสหกรณ์นมโคแห่งประเทศไทยจำกัดจะเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้อง 4 หน่วยงานได้แก่ 1.กระทรวงพาณิชย์ 2.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กร 3. กระทรวงสาธารณสุข และ 4. พรรคภูมิใจไทย โดยย้ำจุดยืนว่า ชะลอการนำเข้านมผง และให้มีการรับซื้อน้ำนมดิบของภาคเกษตรกรก่อน 

สำหรับหนังสือที่เข้ามายื่นที่กระทรวงพาณิชย์มีประเด็นข้อเสนอ 6 ข้อได้แก่

1. ชะลอการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นม ตามข้อตกลงการค้าเสรีไทย นิวซีแลนด์ หรือ TNZCEP และไทย-ออสเตรเลียหรือ TAFTA ในปี 2569 จนกว่าปัญหาจำหน่ายน้ำนมดิบเกษตรกรไทย ขาย ได้ทุกหยด กับกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2. เร่งดำเนินการขายน้ำนมดิบตามบันทึกข้อตกลง MOU ปี 2568-2569 ขององค์กรเกษตรกรผู้ขายน้ำนมดิบ ที่ยังไม่มี ผู้ประกอบการซื้อน้ำนมดิบของ ภาคสหกรณ์ 24 แห่ง และ ภาคเอกชน 4 แห่ง ปริมาณน้ำนมดิบ 211.686 ตัน/วัน ให้แล้ว เสร็จทันที กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง

3. ช่วยระบายนมกล่อง UHT นมพาณิชย์และนมโรงเรียน ที่แก้ไข ปัญหาน้ำนมดิบไม่มีที่จำหน่าย โดยการไปบรรจุนมกล่องไว้ จำนวนมาก เพื่อได้ค่าน้ำนมดิบมาจ่ายให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม (โดยเร่งด่วน) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4. ทบทวนเรื่องการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะส่วนประกอบที่ต้องระบุให้ชัดเจน น้ำนมโคสดจาก เกษตรกรไทย หรือนมผงละลายน้ำจากต่างประเทศ และสามารถ ตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อเกิดความเป็นธรรมและความถูกต้อง กับผู้บริโภค กระทรวงสาธารณสุข โดย คณะกรรมการอาหารและยา

5. โครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน ในปีการศึกษา 2569 ขอให้ เด็กนักเรียนได้ดื่มนมให้ครบ 365 วัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

6. ของบประมาณเร่งด่วน มาจ่ายชำระค่าน้ำนมดิบของพี่น้อง เกษตรกร ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ติดค้าง กับเกษตรกรตั้งแต่เดือน กันยายน 2568 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ม็อบโคนม บุก พาณิชย์ จี้ชะลอนำเข้านมผง ชง 6 มาตรการด่วน

 

ด้าน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้รับข้อเสนอของเกษตรกรแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมเตรียมแผนในการกระจายนมกล่องของสหกรณ์เข้าสู่ตลาดภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นกระจายผ่านห้างโมเดิร์นเทรดและอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำนมดิบเป็นวัตถุดิบหลัก 

รวมถึงกระจายผ่านเครือข่ายของธงฟ้าไม่ว่าจะเป็นร้านค้าธงฟ้าทั่วประเทศจำนวน 169,138 ร้าน และนำไปจำหน่ายในงานธงฟ้าที่จัดขึ้นในจังหวัดต่างๆตามแผนของกรมการค้าภายใน

 

ม็อบโคนม บุก พาณิชย์ จี้ชะลอนำเข้านมผง ชง 6 มาตรการด่วน

 

และกรมได้ประสานความร่วมมือในการกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงพันธมิตร ซึ่งเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคโดยตรง ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขและความเหมาะสมในด้านขีดความสามารถในการรองรับสินค้าของสถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่ง