

KEY
POINTS
บริษัท บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก รายงานผลประกอบการปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมียอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐ 554 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.2% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขายในสกุลเงินบาทอยู่ที่ 18,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิหลังปรับปรุง (ไม่รวม Transformation Costs) อยู่ที่ 3,432 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและอุปสงค์ที่เติบโตในทุกตลาดหลัก แม้เผชิญความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 25.1% พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลทั้งปี 0.85 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 85.6%
นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า ปี 2568 สะท้อนความสามารถในการปรับตัวและความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับลูกค้าระดับโลก โดยเฉพาะการขยายตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Chunk & Pâté ในสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตในระยะถัดไป ขณะเดียวกันกระแสสินค้าพรีเมียม โดยเฉพาะขนมสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Functional & Wellness-Oriented Treats) ยังเติบโตโดดเด่นทั่วโลก
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทมียอดขาย 148 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายในรูปเงินบาทอยู่ที่ 4,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากปีก่อน และ 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับคำสั่งซื้อล็อตแรกของผลิตภัณฑ์ Chunk & Pâté จากพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหลังปรับปรุงอยู่ที่ 1,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% และมีอัตรากำไรขั้นต้นแข็งแกร่งที่ 26% ส่วนกำไรสุทธิหลังปรับปรุงอยู่ที่ 908 ล้านบาท
โครงสร้างรายได้ปี 2568 ตลาดอเมริกายังคงเป็นตลาดหลัก คิดเป็น 58% ของยอดขายรวม เติบโต 17.8% จากแรงหนุนคำสั่งซื้อ การขยายไลน์สินค้า และการเติบโตของสินค้าพรีเมียมและ Private Label รองลงมาคือเอเชียและโอเชียเนีย 28% ของยอดขาย โดยมีญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลียเป็นตลาดสำคัญ ขณะที่ยุโรปคิดเป็น 14% ของยอดขายทั้งหมด โดยปีที่ผ่านมา ITC ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มอีก 42 ราย
ในด้านนวัตกรรม ยอดขายจากผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2568 อยู่ที่ราว 1,800 ล้านบาท สัดส่วนสินค้าพรีเมียมอยู่ในระดับบนของกรอบเป้าหมาย 47–50% โดยเฉพาะกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงที่เติบโต 36.5% และมีสัดส่วน 16% ของยอดขายรวม สะท้อนดีมานด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเฉพาะด้านที่ขยายตัวทั่วโลก
ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทย 5 แห่ง เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง พร้อมตั้งเป้าในปี 2569 ให้รายได้ 15% มาจากอาหารสัตว์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ และโภชนาการเพื่อสุขภาพ
ผู้บริหารย้ำว่า ปี 2569 ยังเห็นทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยจะมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์พรีเมียม นวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์ และสินค้าเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ควบคู่การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในตลาดหลัก เพื่อคว้าโอกาสใหม่และผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงโลก