"ดีลข้าวจีทูจีจีน" 1 แสนตันส่อชะลอ รอรัฐบาลใหม่ไฟเขียว

22 ม.ค. 2569 | 02:05 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 02:06 น.

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย แย้มดีลข้าวจีทูจีจีน 1 แสนตันก่อนตรุษจีนส่งเดือนมกราคม “ส่อวืด” รอรัฐบาลใหม่ไฟเขียว ลุ้นศาลสหรัฐยกเลิกภาษีทรัมป์ หนุนเพิ่มขีดแข่งขันข้าวไทย ดันราคาขยับดีขึ้น ขณะที่ตลาดจีนซมพิษเศรษฐกิจ คนหันบริโภคข้าวหอม ST25 เวียดนามเพิ่ม เบียดข้าวหอมปทุมธานีไทย จากราคาถูกกว่า

KEY

POINTS

  • การส่งมอบข้าวจีทูจี (รัฐต่อรัฐ) จำนวน 1 แสนตันให้แก่จีนมีแนวโน้มต้องชะลอออกไป จากเดิมที่คาดว่าจะส่งมอบได้ในเดือนมกราคม
  • สาเหตุหลักคือต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการพิจารณาทางกฎหมายจากคณะกรรมการกฤษฎีกาของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ
  • ดีลข้าว 1 แสนตันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาซื้อขายข้าวที่ยังค้างส่งมอบกับ COFCO ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน

“ฐานเศรษฐกิจ” ติดตามความคืบหน้าการขายข้าวไทย 1 แสนตันให้กับจีน ตามสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ยังค้างอยู่ 280,000 ตัน จากทั้งหมด 1 ล้านตัน ล่าสุดจีนโดย COFCO Corporation รัฐวิสาหกิจชั้นนำด้านการเกษตรและอาหารของจีน ประกาศจะเพิ่มปริมาณนำเข้าข้าวจากไทยอีก 2.2 แสนตัน รวมเป็น 5 แสนตัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันแน่นแฟ้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน โดยเบื้องต้นตกลงเปิดเจรจาซื้อขายล็อตแรก 1 แสนตัน สามารถส่งมอบได้ภายในเดือนมกราคม 2569

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในส่วนของการส่งมอบข้าว 1 แสนตัน จากข้าวคงเหลือค้างส่งมอบ 2.8 แสนตัน ภายใต้สัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลจีนโดย COFCO จำนวน 1 ล้านตัน ที่คาดว่าจะส่งได้ภายในเดือนมกราคมนี้ คงไม่สามารถทำได้ ต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการ ทั้งนี้เพราะเมื่อมีการเสนอราคาซื้อขายแล้ว ยังต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบด้วย รวมทั้งเงื่อนไขสัญญาต่างๆ ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นทางกฎหมายด้วยว่าทำได้หรือไม่ เพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ

“การซื้อขายให้กับรัฐบาลจีน ไม่ใช่การขายให้กับรัฐบาลประเทศอื่นๆ เมื่อรับปากซื้อ ปริมาณ และราคา ซื้อได้ทันที แต่รัฐบาลจีนได้มอบอำนาจให้กับ COFCO เป็นผู้ซื้อ ดังนั้นสัญญาต้องเซ็นกับ COFCO รวมทั้งการต่อรองราคาก็เป็นไปตามราคาตลาด เรียกว่าเจรจาไม่ง่าย”

"ดีลข้าวจีทูจีจีน" 1 แสนตันส่อชะลอ รอรัฐบาลใหม่ไฟเขียว

ปัจจุบันราคาข้าวขาว 5% ของไทย วันที่ 19 มกราคม 2569 อยู่ที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เทียบกับราคาข้าวเวียดนามอยู่ที่ 360-364 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ข้าวอินเดีย 350-354 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และข้าวปากีสถานราคา 369-373 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน โดยราคาข้าวไทยแพงกว่าคู่แข่งเฉลี่ยตันละ 50-60 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งราคาสะท้อนมาจากการแข็งค่ามากของเงินบาท อย่างไรก็ดี เวลานี้อินเดียมีสต็อกข้าวจำนวนมาก จากผลผลิตฤดูใหม่ที่ออกมามีมากกว่าปกติ เพิ่มอีก 15 ล้านตัน ขณะที่ปีที่แล้วก็เกินมา 15 ล้านตัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะระบายออกมาอีกเมื่อไร หากระบายออกมาเมื่อไรจะส่งผลกระทบทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวลดลง

นายเจริญ กล่าวถึงทิศทางการส่งออกข้าวไทยไปตลาดสหรัฐ หากศาลสั่งระงับหรือยกเลิกภาษีตอบโต้ของโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลดีต่อการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยในตลาดสหรัฐ ทำให้ขายได้ดีขึ้น ในราคาที่แข่งขันได้ดีขึ้น ในลักษณะเดียวกับก่อนที่ไทยจะถูกสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าอีก 19%

สอดคล้องกับนายสุทธิ สานกิ่งทอง นายกสมาคมค้าข้าวไทย (หยง) กล่าวว่า ปกติถ้ามีการขายข้าวจีทูจี ทางผู้ส่งออกที่ได้รับคำสั่งซื้อจะต้องมาแจ้งความประสงค์ว่าต้องการข้าวที่จะส่งมอบเท่าใด แต่ปัจจุบันยังเงียบ ทำให้ราคาข้าวยังทรงตัว ประกอบกับเป็นช่วงข้าวนาปีเก็บเกี่ยวหมดแล้ว คาดว่าตลาดข้าวจะกลับมาคึกคักใหม่ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังในรอบใหม่

แหล่งข่าววงการค้าข้าวกล่าวถึงเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของข้าวไทยยังชะลอตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวจีนหันไปบริโภคข้าวหอมเวียดนาม (ST 25) เพิ่มมากขึ้น ทำให้ข้าวหอมปทุมในตลาดมีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีราคาสูงกว่า

ด้านกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) รายงาน สต็อกข้าวโลกปลายปี 2568/69 คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 188.83 ล้านตัน ลดลง 1.50 ล้านตัน หรือร้อยละ 0.79 จากปีการผลิต 2567/68 ที่มีปริมาณ 190.33 ล้านตัน โดยจีนมีสต็อกข้าวมากที่สุด ปริมาณ 104.50 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีสต็อกข้าว 103.50 ล้านตัน รองลงมาคือ อินเดีย 48 ล้านตัน อินโดนีเซีย 4.57 ล้านตัน ไทย 3.31 ล้านตัน และฟิลิปปินส์ 3.10 ล้านตัน

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,168 วันที่ 22 - 24 มกราคม พ.ศ. 2569