'ศุภจี' ถก สวิส เร่งสัตยาบัน FTA เอฟตา คาดมีผลบังคับใช้ปี 70

22 ม.ค. 2569 | 01:40 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 02:22 น.

ศุภจี' รมว.พาณิชย์หารือ ปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจฯ สวิส ในเวที WEF เร่งสัตยาบัน FTA ไทย–เอฟตา คาดมีผลบังคับปี 2570 หนุนส่งออกข้าว อาหาร อัญมณี ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง เสริมไทยเป็นฮับการค้าเอเชีย

KEY

POINTS

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หารือกับปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส เพื่อเร่งรัดกระบวนการให้สัตยาบันความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA)
  • ไทยตั้งเป้าจะให้สัตยาบันความตกลงฯ ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 โดยคาดว่าความตกลงจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2570
  • ความตกลงฉบับนี้จะเป็น FTA ฉบับแรกของไทยกับกลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสการส่งออกและดึงดูดการลงทุนจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่มเอฟตา

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก(WEF) ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ เมืองดาววอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้พบหารือกับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา ปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส เพื่อหารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์

นางศุภจี กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนางเฮเลเนอ เรื่อง FTA ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ เอฟตา (EFTA) ที่ได้ลงนามไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินกระบวนการภายในเพื่อให้สัตยาบันความตกลงดังกล่าว ในส่วนของไทยเมื่อมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอร่างความตกลงฯ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และตั้งเป้าให้สัตยาบันความตกลงฯ ในช่วงไตรมาส 4 ของ 2569  ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาที่ฝ่ายสวิสเซอร์แลนด์จะต้องดำเนินกระบวนการภายในเช่นกัน 

โดยคาดว่าความตกลงจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มราคม 2570 นับเป็น FTA กับประเทศในภูมิภาคยุโรปฉบับแรกของไทย 

ทั้งนี้ในกลุ่มประเทศสมาชิกเอฟตา สวิสฯเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย และการค้าระหว่างไทยกับสวิสฯขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออกของไทยไปสวิสฯ ที่ขยายตัวกว่า 70% มาจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในสินค้าหลายรายการ เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป แผงสวิทซ์และแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ 

นอกจากนี้ ไทยและสวิสจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจาก FTA ไทย-เอฟตา ทั้งในด้านการขยายโอกาสส่งออกและลดต้นทุนการนำเข้า โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยจะได้รับประโยชน์ เช่น ผักผลไม้สดและแปรรูป ข้าว เนื้อสัตว์ปีกสดและแปรรูป อาหารทะเล อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องนุ่งห่ม เคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 

 

'ศุภจี' ถก สวิส เร่งสัตยาบัน FTA เอฟตา คาดมีผลบังคับใช้ปี 70

 

อย่างไรก็ดี ไทยจะยังได้รับประโยชน์จากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนเอฟตาในสาขาที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศของไทย เช่น การวิจัยและพัฒนา การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ICT การซ่อมบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยาน รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือที่จะช่วยพัฒนายกระดับมาตรฐานและขีดความสามารถให้ไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระหว่างการหารือฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ได้เชิญไทยพิจารณาเข้าร่วม Friends of Investment and Trade Platform (FITP) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมบทบาทของประเทศขนาดกลาง

ในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนระบบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศให้มีความเปิดกว้าง โปร่งใส ผ่านการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและการประสานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในเวทีพหุภาคีอย่างสร้างสรรค์

โดยผลักดันวาระเศรษฐกิจระหว่างประเทศในบริบทความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ปัจจุบันประเทศที่เข้าร่วมแล้ว อาทิ นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ คอสตาริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสตาริกา ชิลี สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน

  'ศุภจี' ถก สวิส เร่งสัตยาบัน FTA เอฟตา คาดมีผลบังคับใช้ปี 70

นางศุภจี ทิ้งทายว่า นางเฮเลเนอแสดงความยินดีที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม World Bank IMF ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ และแจ้งว่าประธานาธิบดีของสวิสเซอร์แลนด์มีแผนจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะทั้งสองฝ่ายจะได้มีการหารือสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน 

ทั้งนี้ในโอกาสนี้ ไทยยังได้แสดงความพร้อมที่จะเป็นฐานการลงทุนและประตูการค้าในการเชื่อมโยงสวิสไปสู่ประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย โดยได้เชิญชวนให้สวิสใช้ประโยชน์จาก FTA ฉบับนี้ในการเพิ่มการลงทุนและมีความร่วมมือกับไทย

โดยเฉพาะในสาขาที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สวิสมีความก้าวหน้า เช่นเทคโนโลยีชีวภาพและเวชภัณฑ์ เทคโนโลยีสะอาดซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม S Curve ของไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต วิทยาศาสตร์สุขภาพและสุขภาวะ และพลังงานสะอาด

 

'ศุภจี' ถก สวิส เร่งสัตยาบัน FTA เอฟตา คาดมีผลบังคับใช้ปี 70

ปัจจุบันสวิสเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศสมาชิกเอฟตา โดยในปี 2025 (ม.ค. – พ.ย.) การค้ารวมไทย – สวิตเซอร์แลนด์ มีมูลค่า 13,673.87 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2024 ร้อยละ 28.9 เป็นการส่งออกของไทยไปสวิตเซอร์แลนด์ 6,656.55 ล้านดอลลาร์ และเป็นการนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ 7,017.32 ล้านดอลลาร์ โดยไทยขาดดุลการค้า 360.78 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ สินค้าสำคัญที่ไทยมีการส่งออกไปสวิส เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และ เครื่องสำอาง