

ทุเรียน ผลไม้ที่ได้ชื่อว่า “ราชาแห่งผลไม้ไทย” ไม่ใช่เพียงรสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ แต่คือศักยภาพด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย
ปี 2568 การส่งออกทุเรียนไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังคงสร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง 8 เดือนแรก มียอดส่งออกกว่า 54,671 shipment 894,000 ตัน มูลค่ากว่า 1.44 แสนล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่า “ทุเรียนไทย” คือสินค้าส่งออกสำคัญที่ตลาดจีนยังคงต้องการ
แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ท้าทายคือปัญหาการพบสาร Basic Yellow 2 หรือ BY2 และการปนเปื้อนแคดเมียม แม้จะพบเพียง 0.04% ของการส่งออกทั้งหมด แต่คือโจทย์ใหญ่ที่ กรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ภายใต้นโยบายหลัก “Food Safety เกษตรปลอดภัยสู่ตลาดโลก” มาตรการ “4 ไม่” จึงถูกประกาศใช้ทันที
เป้าหมายชัดเจนคือ “Set Zero” การใช้สารต้องห้ามในโรงคัดบรรจุ ทุกล็อตทุเรียนต้องผ่านการเก็บตัวอย่างตรวจสอบในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานที่ได้รับการอนุญาตจากกรมศุลกากรจีน พร้อมสุ่มตรวจซ้ำอย่างเข้มงวดทุกด่าน
และเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย…ของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน กรมวิชาการเกษตรยังได้ยกระดับมาตรการเป็น การกรอง 4 ชั้น ตั้งแต่สวนจนถึงด่านส่งออก
ชั้นที่ 1 :
คัดเลือกทุเรียนคุณภาพจากสวน ต้องตัดแก่และบ่มไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และยกระดับมาตรฐาน GAP
ชั้นที่ 2 :
บ่มทุเรียนในโรงคัดบรรจุ 48 ชั่วโมง แยกกองที่สงสัย และสุ่มตรวจศัตรูพืชพร้อมประเมินก่อนการปิดตู้
ชั้นที่ 3 :
การเพิ่มการสุ่มตรวจจากเดิมร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 5 และต้องตรวจถึงด้านหน้าตู้สินค้า
ชั้นที่ 4 :
การสุ่มตรวจสอบซ้ำ ณ ด่านตรวจพืชปลายทางก่อนออกใบรับรองสุขอนามัยพืช
มาตรการเหล่านี้ ทำให้ทุกขั้นตอนมีระบบ “กรองความเสี่ยง” ไม่ให้ทุเรียนด้อยคุณภาพหลุดไปตลาดโลก
นอกจากนี้ ตั้งแต่ 10 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บังคับใช้ มาตรฐาน มกษ. 9070-2566 หรือ “หลักปฏิบัติในการตรวจและรับมอบทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ” เพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน และสกัดการสวมสิทธิ์อย่างจริงจัง
พร้อมทั้งใช้ ล็อกซีล ระบบ QR Code ที่มีคุณสมบัติป้องกันการปลอมแปลง และรองรับการตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่สวน โรงคัดบรรจุ จนถึงปลายทางผู้นำเข้า หากมีการเปิดปิดหรือสลับตู้สินค้า ระบบสามารถตรวจจับความผิดปกติได้ทันทีทำให้ทุกตู้คอนเทนเนอร์โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอมแปลงไม่ได้ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าต่างประเทศ
ความสำเร็จในการแก้ปัญหา BY2 และการรักษามาตรฐานทุเรียนไทย ไม่ได้มาจากกรมวิชาการเกษตรเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจาก การบูรณาการหลายหน่วยงาน ตั้งแต่เกษตรกร โรงคัดบรรจุ ผู้ส่งออก ภาคเอกชน จนถึงหน่วยงานตรวจสอบ ที่ร่วมกันทำงานภายใต้เป้าหมายเดียวกัน มาตรการเข้มงวดในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อความเชื่อมั่นในวันข้างหน้า ทุเรียนไทยจึงไม่ใช่แค่ผลไม้ แต่คือสัญลักษณ์ของมาตรฐาน Food Safety ที่โลกยอมรับ