

KEY
POINTS
นางสาวกล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของซินเจนทาในการนำเทคโนโลยีการผลิตระดับโลกมาใช้ในไทย สร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพตามมาตรฐานสากล รองรับความต้องการเกษตรกรยุคใหม่ที่เน้นผลผลิตปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการผลิตในประเทศจะช่วยลดต้นทุนบรรจุลงได้ถึง 36% ภายใน 5 ปี เพิ่มความคล่องตัวและลดความเสี่ยงจากการนำเข้า
สำหรับผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ ถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่ทำงานร่วมกับกลไกธรรมชาติของพืชและสิ่งแวดล้อม ช่วยฟื้นฟูดิน บำรุงพืช และเพิ่มคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน โดยซินเจนทาตั้งเป้าผลิต 80 ตันในปี 2568 และขยายสู่ 200 ตันในปี 2569 รองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก
ด้าน นายอรรถพล คงคานำชัย ผู้จัดการโรงงานบางปู เปิดเผยว่า สายการบรรจุใหม่นี้รองรับกำลังการผลิตสูงสุด 10,500 ลิตรต่อวัน หรือกว่า 2.5 ล้านลิตรต่อปี ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น อิสไบออน (Isabion), บูสเทน (Boosten), ควอนติส (Quantis) และเอ็มซี เซท (MC Set) โดยโรงงานยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001 และ ISO/IEC 17025 ยืนยันคุณภาพการผลิตและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน
ตลอดจนความทุ่มเทของทีมงานมืออาชีพทั้งในประเทศและพันธมิตรต่างชาติรวมกว่า 30 คน ร่วมกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากวาลาโกร ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางชีวภาพ เพื่อให้ซินเจนทาสามารถตอบสนองความต้องการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นางสาวกล้วยไม้ กล่าวเสริมอีกว่า การเปิดสายการบรรจุชีวภัณฑ์ที่โรงงานบางปู ไม่เพียงเพิ่มกำลังการผลิต แต่เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อยกระดับเกษตรไทย ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รวดเร็วขึ้น ในราคาที่แข่งขันได้จากการลดต้นทุนโลจิสติกส์
พร้อมการสนับสนุนด้านเทคนิคและการฝึกอบรมที่ตรงความต้องการ ขณะที่ผู้บริโภคมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัย โรงงานแห่งนี้จึงสะท้อนพันธกิจของซินเจนทาในการพัฒนาและลงทุนต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน”