
"พิชัย" สั่งเข้ม ! คุมราคาชุดตรวจ ATK กำชับห้ามขาด-ห้ามแพง
“พิชัย“ สั่งกรมการค้าภายใน ติดตามการจำหน่ายชุดตรวจ ATK ยันห้ามขาด ห้ามแพง ขู่ฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคจะดำเนินการตามกฎหมาย ขณะผู้ค้ายันมีเพียงพอ พร้อมนำเข้าเพิ่มหากความต้องการสูงขึ้น
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย (1 มิ.ย. 2568) ว่า ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์การจำหน่ายชุดตรวจ ATK ไม่ให้ขาดตลาด และไม่ให้เกิดการกักตุน จนทำให้ราคาสินค้าสูง
โดยเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ติดตามสถานการณ์ชุดตรวจ ATK โดยได้เชิญผู้นำเข้า และผู้ค้าปลีก ได้แก่ Big C / Lotus / Makro / 7-Eleven และร้านขายยา (Pharmax / Savedrug) เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ชุดตรวจ ATK เพื่อไม่ให้ขาดตลาด
“จากการประชุมผู้นำเข้ายืนยันว่าสามารถนำเข้าชุดตรวจ ATK ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาในการนำเข้า แต่เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้มีการเก็บสต๊อกไว้จำนวนมาก เนื่องจากไม่มีการแพร่ระบาด คนใช้น้อยลง แต่ปัจจุบันมีการใช้ ATK เพิ่มขึ้น ในส่วนของผู้จำหน่ายแจ้งว่า จากเดิมซื้อคนละ 1 ชุด แต่พอมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ซื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ชุด เพื่อให้คนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวได้ตรวจเชื้อโควิดด้วย ประกอบกับมีการเปิดภาคเรียน ทำให้บางโรงเรียนมีมาตรการให้นักเรียนตรวจ ATK ก่อนเข้าเรียน จึงส่งผลต่อปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้น”
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ขอให้ผู้นำเข้าประสานกับทางผู้ค้าอย่างใกล้ชิด โดยเร่งนำเข้า ATK มาให้เพียงพอต่อความต้องการ และจากการสอบถามจากผู้นำเข้า ATK รายใหญ่ที่นำเข้ายี่ห้อ TESTSEALABS / Singclean / HIP BIO Tech / YAMADA / Flowflex เป็นต้น ทราบว่าได้สั่งนำเข้ามาแล้ว
ขณะนี้สินค้าบางล็อตได้กระจายให้แก่ผู้จัดจำหน่ายเป็นเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของผู้จำหน่ายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มี ATK พร้อมกระจายไปยังหน้าร้านต่าง ๆ ซึ่งทางหน้าร้านจะเป็นผู้บริหารจัดการสินค้า หากสินค้าหมดจะประสานมายังส่วนกลางเพื่อให้ส่งของมาจำหน่ายเพิ่มเติม
“กระทรวงพาณิชย์ได้เน้นย้ำให้ผู้จำหน่ายวางแผนบริหารจัดการสินค้าให้เพียงพอ และให้เร่งเติมชุดตรวจ ATK ในชั้นวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง สำหรับราคาจำหน่ายนั้นยังไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่ราคาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพ ชนิด หรือแบรนด์ของแต่ละสินค้า ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบ กักตุนสินค้า หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า สามารถร้องเรียนได้ทางสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 หรือแอปพลิเคชันไลน์ @MR.DIT กรมจะเข้าไปตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายพิชัย กล่าว

