
กรมชลฯ แจ้งผู้ว่าฯ 11 จว. เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ น้ำเหนือทะลัก
กรมชลประทาน ประกาศแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเตรียม พร้อมรับสถานการณ์ หลังเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มปรับการระบายน้ำเพิ่ม
ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และ กรุงเทพฯ ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หลังเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มปรับการระบายน้ำเพิ่ม ส่งผลพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น อีกประมาณ 0.50 – 1.30 เมตร
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าในอีก 1-3 วัน ข้างหน้า ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,300 - 1,400 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อวินาที ก่อนจะไหลมารวมกับน้ำที่มาจากลำน้ำสาขา ที่คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 200 – 250 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลทำให้ปริมาณน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ในเกณฑ์ระหว่าง 1,500 - 1,650 ลบ.ม./วินาที
โดยจะกระจายน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมกันประมาณ 400 ลบ.ม./วินาที พร้อมกับปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 1,000 - 1,500 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อน บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) เพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.50 – 1.30 เมตร
ทั้งนี้ กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำ และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำเหนือ และฝนที่ตกในพื้นที่ อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด หากมีแนวโน้มที่ปริมาณน้ำเหนือจะเพิ่มขึ้น และเขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องระบายน้ำมากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำในระยะนี้อย่างใกล้ชิด






