
ประกาศเกณฑ์ใหม่ กยท. วิธีจ่ายเงินจัดสวัสดิการเกษตรกรสวนยาง 2568
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กยท. หลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายเงินในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ. 2568 ทั้งกรณีประสบภัย เสียชีวิต มีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2%
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ออกระเบียบใหม่ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายเงินในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง ตามมาตรา 49(5) พ.ศ. 2568 ซึ่งได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 โดยมีนายสาธิต ควรพิวิลาส รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เป็นผู้ลงนาม
ระเบียบฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายเงินของกองทุนพัฒนายางพาราในการจัดสวัสดิการให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางให้มีความทันสมัย ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ระเบียบฉบับใหม่จะยกเลิกระเบียบเดิมทั้งหมด 5 ฉบับที่ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ประกอบด้วย
- ระเบียบการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ. 2560
- ระเบียบการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563
- ระเบียบการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565
- ระเบียบการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2566
- ระเบียบการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2567
โครงสร้างการบริหารจัดการและกลไกการพิจารณา
ระเบียบฉบับใหม่ได้กำหนดให้ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตหรือผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่า "คณะกรรมการพิจารณาคำขอรับเงินสวัสดิการ" เพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำขอรับเงินสวัสดิการตามระเบียบนี้
โดยแบ่งโครงสร้างตามลักษณะการบริหารงานของการยางแห่งประเทศไทยออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
1.การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดที่มีสาขาเป็นจังหวัด
- ในระดับจังหวัด: คณะกรรมการ 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัด (ประธาน), ผู้ช่วยผู้อำนวยการจังหวัด, หัวหน้ากองงานสนับสนุน, หัวหน้าแผนกปฏิบัติการ, หัวหน้าแผนกการเงินและบัญชี, หัวหน้าแผนกบริหารกองทุนและสวัสดิการเกษตรกร (กรรมการและเลขานุการ)
ในระดับสาขา: คณะกรรมการ 5 ตำแหน่ง ประกอบด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยสาขา (ประธาน), หัวหน้าแผนกปฏิบัติการ, หัวหน้าแผนกการเงินและบัญชี, หัวหน้าแผนกธุรการและพัสดุ, พนักงานคนหนึ่งในสังกัดการยางแห่งประเทศไทยสาขานั้น (กรรมการและเลขานุการ)
2. การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดที่มีสาขาเป็นอำเภอ
- คณะกรรมการ 5 ตำแหน่ง ประกอบด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยสาขา (ประธาน), หัวหน้าแผนกปฏิบัติการ, หัวหน้าแผนกการเงินและบัญชี, หัวหน้าแผนกธุรการและพัสดุ, พนักงานคนหนึ่งในสังกัดการยางแห่งประเทศไทยสาขานั้น (กรรมการและเลขานุการ)
3. การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดที่ไม่มีสาขา
- คณะกรรมการ 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัด (ประธาน), ผู้ช่วยผู้อำนวยการจังหวัด, หัวหน้ากองงานสนับสนุน, หัวหน้าแผนกปฏิบัติการ, หัวหน้าแผนกการเงินและบัญชี, หัวหน้าแผนกบริหารกองทุนและสวัสดิการเกษตรกร (กรรมการและเลขานุการ)
ในกรณีที่โครงสร้างการบริหารงานไม่มีตำแหน่งหรือไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดข้างต้น ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการฯ พิจารณาแต่งตั้งพนักงานตำแหน่งอื่นทำหน้าที่ให้ครบตามองค์ประกอบ
การให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยพิบัติ
ระเบียบได้กำหนดหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยางกรณีสวนยางประสบภัยพิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือตามความจำเป็นเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้นในท้องที่ โดยมุ่งที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยในเบื้องต้น โดยมิได้มุ่งเพื่อจะชดใช้ความเสียหายให้แก่ผู้ใด
คุณสมบัติของเกษตรกรชาวสวนยางผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ มีดังนี้
- เป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทยในสถานะเจ้าของ ผู้เช่า หรือผู้ทำสวนยาง (ยกเว้นคนกรีดยาง) ที่สวนยางประสบภัย
- เป็นสวนยางแปลงที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย
- กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะของเกษตรกรชาวสวนยาง ให้เป็นหน้าที่ของเกษตรกรชาวสวนยางเป็นผู้แจ้งให้พนักงานทราบพร้อมหลักฐาน เพื่อให้พนักงานเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง
- เกษตรกรที่ประสบภัยสามารถยื่นคำขอรับเงินสวัสดิการต่อพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ หรือยื่นคำขอรับเงินสวัสดิการ ณ การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดหรือสาขา ที่มีพื้นที่รับผิดชอบสวนยางที่ประสบภัยพิบัติแปลงนั้น ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ประสบภัย หรือวันที่เหตุภัยพิบัติสิ้นสุด หรือวันที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แล้วแต่กรณี
การยื่นขอรับความช่วยเหลือให้ยื่นแบบคำขอรับเงินสวัสดิการเป็นหนังสือ ซึ่งจะต้องมีรายการดังต่อไปนี้
- ชื่อเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยพิบัติ
- ประเภทของภัยพิบัติที่ประสบ
- วัน เดือน ปี ที่เกิดภัยพิบัติ หรือวันสิ้นสุดภัยพิบัติ หรือวันที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ
- สถานที่เกิดเหตุ (ให้ระบุที่ตั้งสวนยาง ถนน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด)
- ความเสียหายโดยประมาณ เช่น จำนวนต้นยางที่ได้รับความเสียหายในแปลงเดียวกัน
- ลงลายมือชื่อผู้แจ้ง
- ผู้รับรองต้องเป็นกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเกษตรกรพื้นที่ข้างเคียง
- เอกสารแสดงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางกับการยางแห่งประเทศไทย พร้อมตำพิกัดแปลงสวนยางที่ได้รับความเสียหาย
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสวนยางประสบภัยที่ขอรับความช่วยเหลือและรับรองความถูกต้องแล้ว ให้เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามหมวด 2 พิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นเงินรายละไม่เกิน 3,000 บาท และรายงานผลการจ่ายเงินให้คณะกรรมการพิจารณาคำขอรับเงินสวัสดิการทราบ
การให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางกรณีเสียชีวิต
ระเบียบได้กำหนดการให้เงินช่วยเหลือแก่ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต ให้ช่วยเหลือเป็นเงินรายละเท่าใดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่การยางแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดเป็นคราว ๆ ไป ภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยในแต่ละปี
ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยาง ได้แก่
- สามีหรือภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย
- ผู้สืบสันดาน
- บิดามารดา
- พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
- พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
- ปู่ ย่า ตา ยาย
- ลุง ป้า น้า อา
- หลานที่สืบเชื้อสายเดียวกัน
ทั้งนี้ "ผู้สืบสันดาน" หมายความว่า บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม
ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบนี้ ให้ยื่นคำขอรับเงินสวัสดิการภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต พร้อมแสดงเอกสารประกอบซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังนี้
- สำเนาทะเบียนบ้านของเกษตรกรชาวสวนยางที่เสียชีวิต
- สำเนาใบมรณบัตร
- หลักฐานแสดงการเป็นทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางที่เสียชีวิต
- หลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการงานศพของเกษตรกรชาวสวนยางที่เสียชีวิต
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทายาทเกษตรกรชาวสวนยางที่เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้จัดการงานศพ
ทายาทเกษตรกรชาวสวนยางสามารถยื่นคำขอรับเงินสวัสดิการ ณ การยางแห่งประเทศไทยทุกจังหวัดหรือสาขา
เงินกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง
ระเบียบฉบับนี้ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์การให้เงินกู้ยืมแก่เกษตรกรชาวสวนยางกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต โดยให้ช่วยเหลือเป็นเงินรายละเท่าใดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่การยางแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดเป็นคราว ๆ ไป ภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยในแต่ละปี
ผู้มีอำนาจอนุมัติตามหมวด 2 เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ตลอดจนมีอำนาจ ดังนี้
- ผ่อนผันการชำระหนี้
- ขยายระยะเวลาของสัญญากู้ยืม
- ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยทั้งหมดหรือบางส่วนรวมทั้งดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัด
- ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
- การรับสภาพหนี้
- การรับสภาพความรับผิด
- บังคับชำระหนี้จากผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
- บอกเลิกสัญญาเงินกู้ กรณีผู้กู้แสดงข้อความหรือหลักฐานอันเป็นเท็จในการขอกู้เงิน
- ตัดสิทธิการได้รับเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
- พิจารณาคำอุทธรณ์
- ทำนิติกรรมใด ๆ อันเกี่ยวข้องกับระเบียบนี้
เงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกรณีได้รับความเดือดร้อน ดังต่อไปนี้
- ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย ธรณีพิบัติภัย ภัยแล้ง โรคหรือศัตรูพืชทุกชนิด เป็นต้น
- เพื่อการรักษาพยาบาลของตนเอง
- เพื่อปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ
- เพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพเสริม
- กรณีอื่นตามที่ผู้ว่าการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย
วงเงินให้กู้สูงสุดในแต่ละวัตถุประสงค์ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าการเห็นสมควรโดยคำนึงถึงยอดเงินคงเหลือและจำนวนเงินสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับจัดสรร
การพิจารณาให้กู้ยืม ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาตามลำดับความจำเป็นก่อนหลังของคำขอกู้ได้
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิกู้เงินทุนกู้ยืม
เกษตรกรชาวสวนยางผู้มีสิทธิกู้เงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางกับการยางแห่งประเทศไทย
- บรรลุนิติภาวะ
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- มีความขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพและประพฤติตนเรียบร้อย
- ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไข และข้อกำหนดในหลักเกณฑ์และวิธีการที่การยางแห่งประเทศไทยกำหนด
- มีวินัยทางการเงินและไม่มีหนี้ค้างชำระที่ผิดระยะเวลาสถาบันการเงินหรือการยางแห่งประเทศไทย
กรณีเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับการผ่อนผัน การขยายเวลาชำระหนี้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การไกล่เกลี่ยคดี การประนอมหนี้ และเกษตรกรชาวสวนยางสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข ถือว่ามีคุณสมบัติที่จะมีสิทธิกู้เงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในคราวต่อไปได้
กรณีผู้กู้ที่เป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน ต้องจัดทำบันทึกยินยอมให้หักเงินจากสวนปลูกแทนทุกราย
การค้ำประกันเงินกู้
การค้ำประกันเงินกู้กำหนดให้ต้องมีผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่า 2 คน ต่อสัญญา และเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง โดยผู้ค้ำประกันแต่ละรายสามารถค้ำประกันได้ไม่เกิน 2 สัญญา และในกรณีผู้กู้เป็นคนกรีดยางต้องให้เจ้าของสวนยางซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างให้กรีดยางในขณะนั้นเป็นผู้ค้ำประกันด้วย
ระยะเวลาการชำระหนี้และดอกเบี้ย
ผู้กู้ต้องชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามวัตถุประสงค์แห่งการกู้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันทำสัญญาเงินกู้ โดยให้คิดดอกเบี้ยตามสัญญาในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี
ในกรณีลดหรือยกการคิดดอกเบี้ยให้แก่ผู้ยื่นคำขอเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่การยางแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดเป็นคราว ๆ ไป
ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยที่มีอาจหลีกเลี่ยงหรือคาดหมายได้ ภัยธรรมชาติ สาธารณภัย ภัยพิบัติ ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง หรือเหตุจำเป็นอื่นตามที่การยางแห่งประเทศไทยเห็นสมควร ซึ่งทำให้ผู้กู้ไม่สามารถส่งคืนเงินกู้ยืมภายในกำหนดระยะเวลาหรือตามงวดเวลาที่กำหนดในสัญญาเงินกู้ยืม
ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาให้ความช่วยเหลือ โดยผ่อนผันการชำระหนี้ หรือขยายระยะเวลาของสัญญาเงินกู้ยืมในแต่ละงวดเวลาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้ยืมออกไป หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ รวมทั้งพิจารณาลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยทั้งหมดหรือบางส่วนรวมทั้งดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดตามที่เห็นสมควร
การผ่อนผันการชำระหนี้ในแต่ละงวดเวลา เป็นการผ่อนผันเฉพาะงวดตามความจำเป็น ภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วันนับแต่วันครบกำหนดชำระในงวดนั้นแต่ไม่เกินงวดถัดไป โดยผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นผู้พิจารณาการผ่อนผันการชำระหนี้ต่อไป
การขยายระยะเวลาของสัญญาเงินกู้ยืมเป็นการพิจารณาปรับเปลี่ยนกำหนดการชำระหนี้ในแต่ละงวด พร้อมทั้งขยายวันสิ้นสุดสัญญาออกไปตามความจำเป็น แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันสิ้นสุดสัญญาและกำหนดให้ดำเนินการได้ 1 ครั้งต่อสัญญา โดยผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นผู้พิจารณาการขยายระยะเวลาการชำระหนี้
การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เป็นการยกยอดเงินต้นและดอกเบี้ยค้างชำระที่เกิดขึ้นจากสัญญาเดิมทั้งหมดมาทำสัญญาใหม่ ซึ่งกำหนดการผ่อนชำระให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ทำสัญญาเงินกู้ และกำหนดให้ดำเนินการได้ 1 ครั้งต่อสัญญา โดยผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นผู้พิจารณาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ในกรณีที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญา หรือผิดนัดชำระตามกำหนดการผ่อนผัน หรือผิดนัดชำระตามกำหนดการขยายเวลา หรือผิดนัดชำระตามกำหนดการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้ถือว่าผู้กู้ผิดนัดและให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี จากยอดเงินต้นงวดที่ผิดนัดชำระและบังคับชำระหนี้จากผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
ในกรณีมีการบังคับชำระหนี้หลังจากส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังผู้กู้และผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้กู้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ และไม่เป็นผลสำเร็จ ให้พนักงานผู้รับผิดชอบรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด บันทึกความเห็นและนำส่งการยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
การดำเนินการกรณีผู้กู้ผิดนัดชำระ
เมื่อผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ไม่ยินยอมดำเนินการตามที่กล่าวข้างต้น และไม่สามารถติดตามหนี้จากผู้ค้ำประกันได้ ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยดำเนินการต่อผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามขั้นตอน ดังนี้
- ก่อนครบกำหนดชำระหนี้ 30 วัน: ให้จัดทำหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้ไปยังผู้กู้
- หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดชำระหนี้: ให้จัดทำหนังสือบอกกล่าวทวงถาม จำนวน 1 ครั้ง ไปยังผู้กู้และผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้กู้ผิดนัดการชำระหนี้
- หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามการบอกกล่าวทวงถาม: ให้เรียกผู้กู้และผู้ค้ำประกันมาไกล่เกลี่ยและเสนอแผนการชำระหนี้ เพื่อทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
- หากผู้กู้ที่ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วยังผิดนัดชำระ: ให้ดำเนินการจัดทำหนังสือรับสภาพหนี้หรือหนังสือรับสภาพความรับผิด แล้วแต่กรณี
- ในกรณีผู้กู้ไม่ชำระเงินกู้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมทั้งมอบหมายพนักงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการติดตามหนี้ค้างชำระโดยเร่งด่วนและรายงานให้ผู้มีอำนาจอนุมัติทราบความก้าวหน้า อย่างน้อยทุก 1 เดือน
เงินกู้ยืมเพื่อทำยาทของเกษตรกรชาวสวนยางกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต
การให้เงินกู้แก่ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในกรณีได้รับความเดือดร้อน ดังต่อไปนี้
- เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในงานศพ
- เพื่อการประกอบอาชีพของทายาท
- เพื่อช่วยเหลือด้านค่าครองชีพของครอบครัวในเบื้องต้น
ทายาทของเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือสามารถยื่นคำขอรับเงินกู้ยืมต่อพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ภายในกำหนดไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่เกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต
เมื่อพนักงานตรวจสอบคุณสมบัติของทายาทเกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้กู้ และรายการเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณาคำขอรับเงินสวัสดิการเพื่อพิจารณากลั่นกรองก่อนนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ
เงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง
ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสามารถบอกเลิกสัญญาเงินกู้ได้ หากผู้กู้แสดงข้อความหรือหลักฐานอันเป็นเท็จในการขอกู้เงินและให้เรียกเก็บเงินกู้ยืมทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย พร้อมทั้งตัดสิทธิการได้รับเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติมอบหมายพนักงานเพื่อพิจารณาและตรวจสอบสัญญาเงินกู้ยืมทุกรายในความรับผิดชอบ เพื่อติดตามหรือบังคับชำระหนี้จากผู้กู้และผู้ค้ำประกัน อีกทั้งป้องกันการขาดอายุความ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด
เงินเพื่อดำเนินการจัดสวัสดิการอื่น ๆ เพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง
ระเบียบนี้ได้กำหนดให้การจัดสวัสดิการอื่น ๆ เพื่อเกษตรกรชาวสวนยางให้ดำเนินการได้ตามที่คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยกำหนด อันเป็นการเปิดช่องทางให้สามารถจัดสวัสดิการในรูปแบบอื่น ๆ ที่จำเป็นและเหมาะสมต่อสถานการณ์ได้ในอนาคต
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการตามระเบียบนี้ให้หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานอันประกอบด้วยค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
การอุทธรณ์
เมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติมีคำสั่งไม่อนุมัติคำขอรับเงินสวัสดิการตามระเบียบนี้ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้มีอำนาจอนุมัติที่ออกคำสั่งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งหรือหนังสือแล้วแต่กรณี ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาคำอุทธรณ์โดยไม่ชักช้าแต่ต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่ได้รับคำอุทธรณ์
ในกรณีไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ให้ส่งความเห็นพร้อมเหตุผลภายในกำหนดเวลาไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้มีอำนาจอนุมัติสูงขึ้นหนึ่งระดับ ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้มีอำนาจอนุมัติดังกล่าวพิจารณาคำอุทธรณ์และพิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควรและแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายใน 30 วันนับแต่ได้รับเรื่องอุทธรณ์และให้ผลการพิจารณาดังกล่าวถือเป็นที่สุด
บทเฉพาะกาล
บรรดาประกาศ หลักเกณฑ์ คำสั่ง หรือการดำเนินการอื่นใดที่ออกตามระเบียบการยางแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงบังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะมีประกาศ หลักเกณฑ์ หรือคำสั่งตามระเบียบนี้ใช้บังคับ






