
ฝากการบ้าน“พิชัย”ชู 5 เหตุผล เอาใจสหรัฐ เพิ่มน้ำหนัก ไม่ขึ้นภาษีสินค้าไทย
ผู้เชี่ยวชาญแนะ “พิชัย” รัฐมนตรีพาณิชย์ชู 5 เหตุผลเอาใจสหรัฐ เพิ่มน้ำหนักให้ชะลอ-คงภาษีนำเข้าสินค้าไทย ทั้งเพิ่มนำเข้าสินค้ามะกันแทนสินค้าจีนที่ทดแทนกันได้ พร้อมหนุนบริษัท AI สหรัฐลงทุนไทย ใช้เป็นฐานผลิตชิป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา และเม็กซิโกในอัตรา 25% และจากจีนในอัตรา 10% ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยระบุว่าทั้งสามประเทศไม่สามารถขอเลื่อนการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวได้
ขณะที่ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 นี้จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือเรื่องนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีไทยเกินดุลการค้าสหรัฐมาก ไม่ได้เกิดจากประเทศไทยมีกำไรจากการค้ากับสหรัฐ แต่เกิดจากไทยมีการส่งออกสินค้าของสหรัฐ ที่มีมาลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทยแล้วส่งกลับไปยังสหรัฐ ดังนั้นสหรัฐฯ ไม่ควรพิจารณาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่มีต่อไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐยุคทรัมป์ 2.0 ขึ้นภาษีนำเข้า จากเป็นหนึ่งในประเทศที่เกินดุลหรือได้ดุลการค้ากับสหรัฐมาก โดยปี 2566 ไทยเกินดุลการค้าสหรัฐ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2567 ล่าสุดเกินดุล 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้กรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย จะเดินทางไปสหรัฐเพื่อชี้แจงเหตุผลสำคัญที่สหรัฐขาดดุลการค้าไทย มีส่วนสำคัญจากสหรัฐมีการนำเข้าสินค้าที่นักลงทุนสหรัฐเข้ามาลงทุนในไทย และส่งกลับไปสหรัฐ มองว่า เป็นเหตุผลที่ยังไม่เพียงพอ เพราะไทยส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ หลากหลายชนิดไม่ใช่เฉพาะสินค้าที่สหรัฐ มาลงทุนในไทยแล้วส่งกลับไป แต่สินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐมีทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์ เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า รองเท้า ผักและผลไม้ และที่สำคัญไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐ เพิ่มขึ้นทุกปี
ดังนั้นประเด็นที่ไทยต้องเจรจากับสหรัฐ หรือเจรจากัประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อให้มีน้ำหนักเพียงพอในการที่สหรัฐยังไม่ขึ้นภาษีสินค้าไทยได้แก่
1.ไทยจะลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ โดยจะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในกลุ่มสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีและเป็นวัตถุดิบด้านอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้อนให้กับอุตสาหกรรมไทยที่ต้องการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพิ่มขึ้น
2.จะลดการนำเข้าสินค้าจากจีน และหันมานำเข้าจากสหรัฐฯ ในสินค้าที่ทดแทนกันได้กับสินค้าจีน
3.เชื้อเชิญนักลงทุนสหรัฐฯ มาลงทุนในไทยเพื่อส่งกลับไปขายสหรัฐฯ แทนสินค้าจีน
4.ขอให้สหรัฐฯ นำมาตรฐานการผลิตทั้งด้านเกษตรและอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่การผลิตของไทยกับสหรัฐฯ ทำให้ช่วยลดการขาดดุลการค้าสหรัฐฯ ไปอีกทางหนึ่ง และร่วมกันผลิตเพื่อส่งไปขายตลาดโลก
และ 5.ไทยยินดีให้สิทธิพิเศษด้านการลงทุนกับนักลงทุนสหรัฐ ของกลุ่มบริษัท AI ของสหรัฐฯ เพื่อช่วยให้บริษัทไม่ต้องไปลงทุนในจีน และใช้ไทยเป็นฐานการผลิตชิป







