thansettakij
thansettakij
กรมขนส่งทางบก ผุดแผนศึกษา 3 สถานีขนส่งสินค้าใหม่

กรมขนส่งทางบก ผุดแผนศึกษา 3 สถานีขนส่งสินค้าใหม่ รอบกรุงเทพฯ

01 พ.ย. 69 | 05:02 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ย. 69 | 05:08 น.

“ขนส่งทางบก” เร่งศึกษารูปแบบร่วมลงทุน PPP ยกระดับ 3 สถานีขนส่งสินค้า “พุทธมณฑล-คลองหลวง-ร่มเกล้า“ หลังเปิดบริการกว่า 25 ปี เผยปี 68 มีรถบรรทุกเข้าใช้กว่า 1.7 ล้านคัน ขนส่งสินค้ารวม 3.8 ล้านตัน

KEY

POINTS

  • กรมการขนส่งทางบกกำลังศึกษาแผนยกระดับการบริหารจัดการสถานีขนส่งสินค้า 3 แห่งรอบกรุงเทพฯ ได้แก่ พุทธมณฑล คลองหลวง และร่มเกล้า
  • แนวทางการพัฒนาจะเน้นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
  • โครงการมีเป้าหมายเพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และแก้ปัญหาข้อจำกัดในการบริหารจัดการของภาครัฐ
  • ปัจจุบันแผนยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ โดยยังไม่มีข้อสรุปเรื่องรูปแบบการลงทุนหรือกรอบเวลาที่ชัดเจน

นายวันพุธ สุดใจ ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมฯ อยู่ระหว่างศึกษาและวิเคราะห์แนวทางยกระดับการบริหารจัดการสถานีขนส่งสินค้าชานเมืองกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑล สถานีขนส่งสินค้าคลองหลวง และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)

ลุยศึกษา PPP รอบกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

ทั้งนี้ ล่าสุดสำนักการขนส่งสินค้า ได้ประชุมสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการยกระดับการบริหารจัดการสถานีขนส่งสินค้าชานเมืองกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) เพื่อเปิดเผยผลการวิเคราะห์และรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

อย่างไรก็ดีการประชุมดังกล่าวจะนำข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณารูปแบบการลงทุนและแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าทั้ง 3 แห่งมีความคุ้มค่า เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบการและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

ปี 68 ปริมาณสินค้าพุ่ง 3.8 ล้านตัน

สำหรับสถานีขนส่งสินค้าทั้ง 3 แห่ง ได้เปิดให้บริการผู้ประกอบการมาแล้วกว่า 25 ปี ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ กับภูมิภาค และช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษในเขตเมือง

ทั้งนี้ในปี 2568 มีรถบรรทุกเข้าใช้บริการรวมกว่า 1.7 ล้านคัน รองรับปริมาณสินค้ากว่า 3.8 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม บริบทด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว รวมถึงข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและความคล่องตัวในการบริหารจัดการภาครัฐ

ดังนั้น ขบ. จึงต้องศึกษาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของภาคเอกชนมาพิจารณาเป็นทางเลือกในการบริหารจัดการสถานีขนส่งสินค้าให้ตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น

นายวันพุธ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจากผลการศึกษาดังกล่าว เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางดำเนินโครงการ โดยเอกสารที่ได้รับยังไม่ได้ระบุข้อสรุปรูปแบบ PPP ที่เลือกใช้ วงเงินลงทุน หรือกำหนดเวลาเริ่มดำเนินการอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ เมื่อเดือน ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ขบ. และที่ปรึกษาโครงการฯ โดยบริษัท พีเอสเค คอนซัลแทนส์ จำกัด ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน (Market Sounding) เพื่อนำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจ ความเป็นไปได้และความเสี่ยงของโครงการ ตลอดจนทางเลือกการร่วมลงทุน มาวิเคราะห์และปรับปรุงผลการศึกษาให้เหมาะสมทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน และการบริหารจัดการในระยะยาว