thansettakij
thansettakij
คมนาคม จ่อชงครม.เคาะงบกลาง 5.8 พันล้าน รับมาตรการรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท

คมนาคม จ่อชงครม.เคาะงบกลาง 5.8 พันล้าน รับมาตรการรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท

21 ต.ค. 69 | 11:46 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 69 | 11:55 น.

“คมนาคม” จ่อเสนอ ครม. 26 ต.ค.นี้ เดินหน้ามาตรการรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท พร้อมเสนอจัดใช้กรอบงบกลาง 5.8 พันล้านบาท จ่ายชดเชยส่วนต่างค่าโดยสาร ขณะที่เงื่อนไขรับสิทธิ ประชาชนต้องลงทะเบียนบัตร EMV ผ่าน เป๋าตัง”เท่านั้น หลังหารือกรุงไทย ยืนยันไม่สามารถรองรับ Rabbit เข้าระบบ

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติกรอบวงเงินงบกลางไม่เกิน 5,800 ล้านบาท เพื่อใช้ชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารในมาตรการรถไฟฟ้า 17-45 บาท
  • มาตรการค่าโดยสาร 17-45 บาทตลอดสาย จะมีระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2570
  • ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยต้องลงทะเบียนผ่านบัตร EMV (Visa/Mastercard) กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อรับเงินส่วนต่างคืน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 2/2569 เบื้องต้นที่ประชุมได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการผลักดันนโยบายดังกล่าว หลังจากรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ยอมรับว่ากฎหมาย พรบ.ตั๋วร่วม และหลักการ Single Ownership โอนโครงการรถไฟฟ้าทั้งหมดมาอยู่ภายใต้การบริหารของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบ 

ชงครม.ขยาย 40 บาทตลอดวัน-ของบกลางเพิ่ม

สำหรับการหารือในครั้งนี้มี 3 ประเด็นสำคัญที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ประกอบด้วย 1.การรายงานการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ถ่ายโอนการบริหารจัดการรถไฟฟ้า ซึ่งกระบวนการปัจจุบันเตรียมเสนอร่าง MOU ให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา 2.การขอขยายมาตรการค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวัน สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วง โดยจะขยายออกไปอีก 1 ปี 1 เดือน เพื่อให้สิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.2570


 

3.การขอกรอบวงเงินงบกลางไม่เกิน 5,800 ล้านบาท เพื่อรองรับมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17–45 บาทตลอดสาย ซึ่งจะดำเนินมาตรการนี้เป็นระยะเวลา 1 ปี เริ่มระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค.2570 หลังจากนั้นมั่นใจว่าการผลักดันตั๋วร่วมและหลักการ Single Ownership จะแล้วเสร็จ ก็จะสามารถดำเนินนโยบายค่าโดยสาร 17 – 45 บาทตลอดสายได้ต่อเนื่อง และครอบคลุมทุกเส้นทาง

สำหรับวงเงินงบกลางที่จะเสนอ ครม. ไม่เกิน 5,800 ล้านบาท เป็นการขออนุมัติกรอบวงเงินงบกลางเพื่อใช้ทดลองจ่ายชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารในมาตรการ 17–45 บาท เนื่องจากปัจจุบันงบประมาณของ รฟม. ได้นำไปใช้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้ว และยังไม่ถึงรอบที่จะได้รับการอุดหนุนงบประมาณคืน จึงขอตั้งกรอบไว้และเบิกจ่ายตามจริงที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การเบิกจ่ายเป็นก้อน 

ล็อคเกณฑ์คนไทยใช้สิทธิเท่านั้น

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท เริ่มดำเนินการแล้ว กระทรวงฯ มั่นใจว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารเข้าใช้ระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ของเอกชน ซึ่งปริมาณส่วนต่างผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นนั้น ภาครัฐและเอกชนได้หารือแล้วว่าเอกชนจะต้องจ่ายผลตอบแทนให้แก่รัฐ

ดังนั้นมั่นใจว่าอาจไม่ได้จัดใช้กรอบวงเงินเพื่อชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารเต็มจำนวน 5,800 ล้านบาท โดยเกณฑ์กำหนดที่เอกชนจะต้องจ่ายผลตอบแทนแก่รัฐนั้น จะมีการประเมินภายหลังดำเนินมาตรการนี้ไปแล้วประมาณ 3 เดือน และจะใช้ฐานตัวเลขผู้โดยสารในปีก่อนหน้าเพื่อนำมาเปรียบเทียบ
 
ทั้งนี้ยืนยันว่าประชาชนที่จะได้รับสิทธิรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสาย จะสงวนสิทธิ์เฉพาะสัญชาติไทย โดยประชาชนจะต้องลงทะเบียนผ่านบัตร EMV (Visa และ Mastercard) เท่านั้น ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หลังจากเข้าระบบรถไฟฟ้าประชาชนจะจ่ายค่าโดยสารตามจริง หลังจากนั้นรัฐจะจ่ายคืนส่วนต่างโอนตรงเข้าบัญชีเป๋าตังไม่เกิน 3 วัน (T+3)

“ชัดเจนแล้วว่าจะลงทะเบียนรับสิทธิได้เฉพาะบัตร EMV เท่านั้น เพราะหลังหารือกับธนาคารกรุงไทยยืนยันว่าระบบยังไม่สามารถรองรับบัตร Rabbit ได้ เนื่องจากรายการธุรกรรมของ Rabbit ยังไม่อยู่ในมาตรฐานที่ได้รับการรองรับข้อมูลของ Visa แต่หากในอนาคตบัตร Rabbit ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลแล้ว ก็จะสามารถเข้าร่วมระบบได้ตามปกติ” นายสิริพงศ์ กล่าว

ถกกรุงไทยเปิดช่องจ่ายเงินพิเศษ

ส่วนกรณีที่ไม่รองรับบัตร Rabbit ซึ่งพบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่เดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้า มักใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เบื้องต้นกระทรวงฯ ได้หารือกับธนาคารกรุงไทยเพื่อเตรียมจัดทำช่องรับชำระพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่จะแตะจ่าย EMV เพื่อเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว พร้อมทั้งจะติดตั้งหัวอ่านบัตร EMV จำนวน 5 – 6 เครื่องต่อสถานี เพื่อลดความแออัด

อย่างไรก็ดีแนวทางดูแลกลุ่มเด็ก อายุ 7–15 ปี กลุ่มนี้สามารถออกบัตรแมงมุม MRT ได้ แต่ยังไม่สามารถเปิดบัญชีเป๋าตังได้เอง กระทรวงคมนาคมได้หารือกับธนาคารกรุงไทย จะกำหนดให้ผู้ปกครองเป็นผู้ยืนยันตัวตนเพื่อผูกบัตรแมงมุมของเด็กเข้ากับบัญชีเป๋าตังของผู้ปกครองสำหรับการรับเงินคืน โดยระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ทั้งในส่วนของบัตรผู้ปกครอง และบัตรของเด็ก