thansettakij
thansettakij
รฟม.กางแผนคืบหน้ารถไฟฟ้า 6 สาย รอบกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

รฟม.กางแผนคืบหน้ารถไฟฟ้า 6 เส้นทาง รอบกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

21 ต.ค. 69 | 07:28 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 69 | 07:44 น.

รฟม.เปิดแผนคืบหน้ารถไฟฟ้ากรุงเทพฯ-ปริมณฑล 6 สาย เร่งก่อสร้างสายสีส้ม รับมอบรถล็อตแรกพ.ย.นี้ เตรียมชงครม.ไฟเขียวจ้าง BEM เดินรถสายสีม่วงใต้ พร้อมศึกษารถไฟฟ้าสายใหม่ 4 เส้นทาง เชื่อมโครงข่ายรถไฟฟ้าเต็มระบบ รับนโยบายตั๋วร่วม

KEY

POINTS

  • รถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีม่วงใต้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยสายสีส้มตะวันออกคาดว่าจะเปิดทดลองเดินรถได้ในเดือนธันวาคม 2570 ส่วนสายสีม่วงใต้มีแผนเปิดให้บริการเป็นช่วงๆ ในปี 2571–2572
  • โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี) ต้องเลื่อนแผนเสนอโครงการออกไปเป็นปี 2571 เนื่องจากต้องรอการปรับแบบโครงสร้างที่ซ้อนทับกับโครงการทางด่วนของการทางพิเศษฯ
  • รฟม. กำลังทบทวนผลการศึกษาของรถไฟฟ้า 3 สายใหม่ที่รับโอนจาก กทม. ได้แก่ สายสีเงิน (บางนา-สุวรรณภูมิ) และสายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) เนื่องจากผลการศึกษาเดิมหมดอายุ ส่วนสายสีฟ้า (ดินแดง-สาทร) จะนำมาพิจารณาอีกครั้งในปี 2572

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของ รฟม.อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท โดยสายตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ระยะทาง 13.4 กม.วงเงิน 63,568 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างงานโยธาคืบหน้า 36.87% ตามแผนต้องจัดหาขบวนรถอีก 16 ขบวน มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนกรกฎาคม 2573

รับรถไฟฟ้าสายส้มล็อตแรก พ.ย.นี้

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี ระยะทาง 22.5กม. วงเงิน 79,221 ล้านบาท อยู่ระหว่างการก่อสร้างงานระบบฯคืบหน้า 75.12% โดยมีกำหนดการรับมอบขบวนรถไฟฟ้าชุดแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้

อย่างไรก็ดีจะทยอยส่งมอบจนครบทั้งหมด 16 ขบวนภายในเดือนพฤษภาคม 2570 เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบระบบร่วมเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน ก่อนจะเปิดทดลองเดินรถให้ประชาชนใช้บริการในเดือนธันวาคม 2570 จากนั้นจะเริ่มเก็บค่าโดยสารอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2571

ชงครม.จ้าง BEM เดินรถสายสีม่วงใต้

นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้) ระยะทาง 23.6 กมวงเงิน 101,112 ล้านบาทปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างงานโยธาคืบหน้า 79.35% ซึ่งมีแผนก่อสร้างแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2570

ทั้งนี้รฟม.จะใช้รูปแบบการลงทุน PPP Gross Cost เหมือนกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ (สายสีม่วงเหนือ) เบื้องต้นเป็นการว่าจ้างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ซึ่งเป็นผู้รับจ้างเดินรถสายสีม่วงเหนือ เพื่อให้การเดินรถมีความต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทบทวนรายงานเพื่อให้สอดรับกับนโยบายค่าโดยสารและระบบตั๋วร่วม โดยคาดว่าจะเสนอขอความเห็นชอบรูปแบบการลงทุนต่อคณะรัฐมนตรีได้ในช่วงปลายปีนี้-ต้นปี 2570

“แม้การเปิดให้บริการเต็มเส้นทางจะกำหนดไว้ในเดือนพฤศจิกายน 2573 แต่ รฟม. มีแผนพิจารณานำขบวนรถสำรองจากสายสีม่วงช่วงเหนือมาทดลองเปิดเดินรถเป็นช่วงๆ (Phased Opening) เช่น จากช่วงเตาปูน-หอสมุดแห่งชาติ ในปี 2571–2572 เพื่อบรรเทาการเดินทางก่อน” นายกาจผจญ กล่าว  

เร่งคืนผิวจราจร 1 ปี หลังถนนทรุด

ส่วนกรณีการแก้ไขปัญหาพื้นที่ก่อสร้างหลังเกิดเหตุถนนทรุดบริเวณการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้นั้น ปัจจุบันผู้รับจ้างได้ดำเนินการซ่อมแซมผนังอุโมงค์บริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คาดว่าจะคืนพื้นที่จราจรได้ภายในเดือนตุลาคม 2570 ขณะที่ปัญหาน้ำซึมบริเวณวงเวียนใหญ่ได้แก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะคืนพื้นที่ผิวดินทั้งหมดในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า 
 

ลุ้นกทพ.ปรับแบบโครงสร้างร่วมสายสีน้ำตาล

นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า ด้านความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย - ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.1 กิโลเมตร วงเงิน 41,720 ล้านบาท แม้โครงการผ่านการอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากแนวเส้นทางซ้อนทับกับโครงการทางพิเศษสายเหนือของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยกระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายให้บูรณาการงานก่อสร้างร่วมกันเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้ถนน

 

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อัพเดตแผนคืบหน้ารถไฟฟ้ากรุงเทพฯ-ปริมณฑล 6 สาย

ทั้งนี้ในปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างการประสานงานบูรณาการร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เนื่องจาก กทพ. มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการทางด่วนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นรูปแบบโครงสร้างยกระดับและขอใช้เขตทางหรือใช้โครงสร้างฐานรากร่วมกัน ส่งผลให้ รฟม. ต้องรอผลการศึกษาของที่ปรึกษา กทพ. ซึ่งคาดว่าจะสรุปรูปแบบได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมนี้ 

“จากปัญหาดังกล่าวทำให้ไทม์ไลน์การเสนอขออนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลต้องขยับออกไปจากปี 2570 เป็นปี 2571 โดยยังคงใช้กรอบวงเงินเดิม ยืนยันว่าการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางทั้งหมดนี้ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วยอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมแล้ว ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี (TOD) ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เมืองอย่างยั่งยืน” นายกาจผจญ กล่าว 


ทบทวนผลศึกษา 3 รถไฟฟ้าสายใหม่

นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 19.7 กม. วงเงิน 89,000 ล้านบาท ,โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล - ทองหล่อ ระยะทาง 16.3 กม. วงเงิน 29,000 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง-สาทร ระยะทาง 6.7 กม.  

ที่ผ่านมากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้โอนรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย มาให้รฟม.ดูแลแล้ว ปัจจุบันรฟม. อยู่ระหว่างทบทวนผลการศึกษาใหม่ก่อน 2 โครงการ คือ สายสีเงินและสายสีเทา ซึ่งเริ่มดำเนินการประมาณ 2-3 เดือนแล้ว คาดใช้เวลาศึกษาจบ 1 ปี เนื่องจากผลการศึกษาเดิมของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกอบกับรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) หมดอายุลง รวมถึงสภาพทางกายภาพของพื้นที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

ทั้งนี้จากการพัฒนาโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านใต้ (South Terminal) ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.ทำให้รฟม.ต้องทบทวนผลศึกษาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นรูปแบบรถไฟฟ้าขนาดเบา (Light Rail) และการเชื่อมต่อทางกายภาพเข้าสู่ South Terminal สุวรรณภูมิ 

นอกจากนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาตามผลการศึกษาเดิม กทม. ได้ออกแบบไว้เป็นระบบโมโนเรล (Monorail) จะต้องนำมาทบทวนทางกายภาพใหม่เช่นกัน ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง-สาทร ระยะทาง 6.7 กม. ถือเป็นเส้นทางรองสำหรับเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ซึ่ง รฟม. ได้วางแผนนำมาพิจารณาความเหมาะสมในการศึกษาพัฒนาอีกครั้งในปี 2572