
'พิพัฒน์' เร่งเบิกจ่ายงบปี 70 ดัน ทช. ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ 4.5 หมื่นล้าน
'พิพัฒน์' ลุยงานครบรอบ 24 ปี กรมทางหลวงชนบท สั่งเร่งเบิกจ่ายงบปี 70 กระตุกเงินหมุนเวียนลงระบบ 77 จังหวัด ดัน ทช. กวาดเค้ก 4.5 หมื่นล้านบาท ลัดคิวเดินหน้าริเวียร่าภาคใต้ ฟื้นนโยบายยางพารา
KEY
POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
- กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้รับจัดสรรงบประมาณรวมกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
- งบประมาณดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในโครงการสำคัญ เช่น การก่อสร้างถนนและสะพานทั่วประเทศ โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) สะพานเชื่อมเกาะลันตา และสะพานข้ามทะเลสาบ
9 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานพิธีร่วมงานครบรอบ 24 ปี กรมทางหลวงชนบท สำหรับนโยบายงบประมาณปี 2570 กระทรวงคมนาคมได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่วันเริ่มต้นปีงบประมาณ โดยเฉพาะโครงการเร่งด่วนที่ใช้ระยะเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี ให้เร่งจัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จสิ้น
เร่งจัดซื้อจัดจ้างไตรมาส 2
ส่วนโครงการที่มีงบผูกพันมากกว่า 1 ปีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณตามข้อสั่งการของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดกระแสเงินไหลเวียนสู่ผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของกระทรวงคมนาคมผ่านกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะกระจายไปครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งการดูแลการสัญจร ถนน สะพาน และแสงสว่างบนท้องถนน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกภูมิภาค
อัดงบปี 70 กันบิ๊กโปรเจ็กต์ 4.5 หมื่นล้าน
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ทช. มีโครงข่ายในความรับผิดชอบทั่วประเทศ จำนวน 3,662 สายทาง ระยะทางรวม 51,295.934 กิโลเมตร ซึ่งในปีงบประมาณปี 2570 ทช. ได้รับงบประมาณรวม 45,840.3570 ล้านบาท โดยการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น งานก่อสร้างถนนเพื่อยกระดับมาตรฐานชั้นทาง, ถนนเพื่อสนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่ และถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว จำนวน 231 โครงการ ระยะทางรวม 587.442 กิโลเมตร ถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค และถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง และเพื่อการพัฒนาถนนผังเมือง ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างถนนและสะพาน จำนวน 12 โครงการ รวมถึงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ จำนวน 20 โครงการ ความยาวรวม 1,927 เมตร อีกทั้งยังมีงานบำรุงรักษาทาง จำนวน 913 แห่ง และงานอำนวยความปลอดภัย จำนวน 1,050 แห่ง
ปั้นไทยแลนด์ริเวียร่าบูมใต้
ขณะเดียวกันทช. ยังเดินหน้าโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) โดย ระยะที่ 1 (สมุทรสงคราม-ประจวบคีรีขันธ์-ระนอง-ชุมพร) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 514.616 กิโลเมตร ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ
สำหรับโครงการฯระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา โดยกรมทางหลวงชนบทได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 สำหรับการจ้างที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการของเส้นทางท่องเที่ยว
ส่วนระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) สมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ระยะทางรวม 83 กิโลเมตร นั้น ได้ทำการสำรวจออกแบบและจัดทำรายงาน EIA แล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง และระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (ตะนาวศรีคีรีพัฒน์) ระยะทางรวม 350 กิโลเมตร ได้ทำการสำรวจออกแบบ และผ่านการพิจารณาเล่มรายงาน EIA แล้ว โดย ทช. ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว จำนวน 2 โครงการ รวมระยะทางราว 81 กิโลเมตร
สำหรับระยะที่ 4 (สงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส) ระยะทางรวม 155.680 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 และระยะที่ 5 เลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน (ระนอง-พังงา-ภูเก็ต-กระบี่-ตรัง-สตูล) ระยะทางรวม 600.268 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
ปักธงเข้าพื้นที่สร้าง 2 สะพาน
ขณะที่ความคืบหน้าโครงการขนาดใหญ่ของกรมทางหลวงชนบท ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรียบร้อยแล้วจากการประชุม ครม. สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ใน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา และโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบทอยู่ระหว่างตั้งศูนย์บัญชาการและตรวจติดตามงานในพื้นที่ทั้งสองจังหวัด คาดว่าจะออกหนังสือแจ้งให้ผู้รับเหมาเริ่มงาน (NTP)ภายในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้
เตรียมตั้งสถานอนุบาลโลมาอิรวดี
ทัั้งนี้การก่อสร้างโครงการฯ ต้องดำเนินการหามาตรการป้องกันและดูแลอนุรักษ์โลมาอิราวดี ที่พบในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว ปัจจุบันเหลือเพียง 10 กว่าตัว ขณะนี้กรมทรัพยากรและชายฝั่งทะเล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมพร้อมติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารเพื่อตรวจจับ และระบุจำนวน เพศ ตลอดจนสำรวจว่า มีลูกโลมาเกิดใหม่หรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมาใช้วางแผนการขยายพันธุ์
อย่างไรก็ดี ได้มีการประสานงานกับกรมประมง กรมทรัพยากรชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อศึกษาการผสมเทียมและจัดตั้งสถานที่อนุบาลโลมาอิราวดีขึ้นมาอย่างเป็นระบบ
ฟื้นนโยบายยางพารา
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ ยังคงเดินหน้านโยบายการนำยางพารามาใช้เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน แม้จะไม่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้ในปี 2570 โดยตรง เบื้องต้นได้หารือกับปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทเพื่อศึกษานำยางพารามาใช้ทำแผ่นยางบริเวณทางโค้ง (Single Guide Rail)
ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้ประชุมหารือกับผู้ประกอบการโรงงานสหกรณ์ 22 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่องจากยุคของ อดีตรัฐมนตรี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยผลการทดลองก่อนหน้านี้พิสูจน์แล้วว่าการนำยางพารามาใช้ทำแผ่นแบริเออร์ช่วยเซฟชีวิตได้เกือบ 15% และคาดว่าระบบ Single Guide Rail บนทางโค้งจะช่วยเซฟชีวิตจากอุบัติเหตุได้มากกว่า 20%
จ่องบฟื้นฟูถนน-สะพาน รับน้ำท่วม
ด้านสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบัน ขณะนี้พบว่ากรุงเทพมหานครเริ่มแห้งเกือบหมดแล้ว แต่ยังคงมีพื้นที่จังหวัดรอบข้างที่ประสบภัย ได้แก่ อยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ซึ่งปริมาณน้ำกำลังทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้ฝนและสถานการณ์น้ำจะย้ายลงสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยตามฤดูกาล
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมเข้าดูแลโครงสร้างพื้นฐานภายหลังน้ำลด โดยให้เร่งสำรวจและซ่อมแซมเส้นทางหรือสะพานที่ชำรุดเสียหาย หากมีสะพานในช่วงใดแตกหักชำรุดจะนำสะพานเบลีย์ (Bailey Bridge) เข้าไปติดตั้งช่วยเหลือเป็นกรณีฉุกเฉินทันที
อย่างไรก็ดี ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภัยพิบัติ ทั้งภัยแล้ง วาตภัย และอัคคีภัย ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้มีการประชุมเตรียมพร้อมรับช่วงต่อจากภาคกลางแล้ว โดยทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมพร้อมเดินเคียงข้างประชาชนทุกคน
ทั้งนี้ กระทรวงฯ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าประเมินและซ่อมแซมทันทีเมื่อได้รับการรายงานจากจังหวัดหรือศูนย์ภัยพิบัติในพื้นที่ โดยงานซ่อมแซมฉุกเฉินจะดำเนินการทันทีเนื่องจากมีเครื่องจักรและวัสดุพร้อม
ส่วนการซ่อมแซมถาวรจะต้องหารือเพื่อขออนุมัติงบกลางจากนายกรัฐมนตรีต่อไป สำหรับการประเมินมูลค่าความเสียหายรวมนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้ เนื่องจากต้องรอให้น้ำลดลงทั้งหมดในทุกพื้นที่ก่อน เพื่อให้แต่ละจังหวัดส่งข้อมูลกลับมาให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมมุ่งหวังที่จะป้องกันและบรรเทาความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนและผู้เดินทางต้องเดือดร้อน โดยจะเร่งซ่อมแซมจุดที่ทำได้ทันทีโดยไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อหรือเรื้อรัง
อย่างไรก็ดีปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงานพื้นที่ที่เสียหายมากที่สุด และเห็นว่าควรประเมินความเสียหายอย่างถูกต้องเพียงครั้งเดียวหลังผ่านพ้นฤดูฝนของภาคกลางและภาคตะวันตก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำก่อนเสนอขออนุมัติงบกลางจากนายกรัฐมนตรีในแต่ละภูมิภาค






