
คมนาคม จ่อชงครม.เคาะงบกลาง 5.8 พันล้าน ชดเชยตั๋วร่วม เข้าแอปฯเป๋าตัง
คมนาคม เดินหน้าระบบตั๋วร่วม เตรียมชงครม. ขอวงเงินชดเชย 5,800 ล้านบาท ภายในต้นเดือน พ.ย. นี้ รับค่าโดยสาร 17-45 บาทต่อเที่ยว จ่อถกกรุงไทยดึงบัตร EMV-แรบบิท เข้าระบบแอปฯ เป๋าตัง โอนเงินส่วนต่างคืน ให้สิทธิ์เฉพาะคนไทย ปักธงพร้อมใช้ทุกสาย 1 ม.ค.70
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ ครม. ของบกลาง 5.8 พันล้านบาท เพื่อชดเชยรายได้จากนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าในราคา 17-45 บาท
- รัฐจะคืนเงินส่วนต่างค่าโดยสารให้ประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" หลังจากที่ผู้โดยสารชำระค่าโดยสารราคาเต็มไปก่อน โดยสิทธิ์นี้จำกัดเฉพาะคนไทย
- มาตรการค่าโดยสาร 17-45 บาทตลอดเที่ยว ตั้งเป้าเริ่มใช้งานพร้อมกันทุกสายภายในวันที่ 1 มกราคม 2570
ล่าสุดกระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้าผลักดันระบบตั๋วร่วมและการกำหนดเพดานอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้อยู่ในช่วง 17–45 บาทต่อเที่ยว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางของรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีเข้าด้วยกัน
ชงครม.อุดหนุนงบ 5.8 พันล้าน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 กระทรวงคมนาคมได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 4/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปและกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติ เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนองบกลางขอรับการจัดสรรงบประมาณชดเชย จำนวน 5,000-5,800 ล้านบาท ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้
“รัฐบาลยืนยันว่าสามารถเริ่มใช้มาตรการราคาค่าโดยสาร 17-45 บาทต่อเที่ยว ได้พร้อมกันทุกสายภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยมาตรการดังกล่าวถือเป็นนโยบายระยะสั้น ที่มุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งภาครัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงเงื่อนไขหรือกลไกสัมปทานเดิม ของผู้ให้บริการเอกชนแอย่างใดในด้านงบประมาณ” นายสิริพงศ์ กล่าว
ถกกรุงไทยคืนเงินผ่านแอปฯเป๋าตัง
สำหรับรูปแบบการดำเนินมาตรการราคาค่าโดยสาร 17-45 บาทต่อเที่ยว โดยรัฐบาลจะกำหนดให้ประชาชนผู้ใช้บริการชำระค่าโดยสารในราคาเต็มไปก่อนจากนั้นรัฐจะดำเนินการโอนเงินส่วนต่างคืนให้แก่ประชาชนในภายหลังผ่าน แอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งการเลือกคืนเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อจำกัดสิทธิ์ความช่วยเหลือเฉพาะประชาชนคนไทยเท่านั้น โดยผู้ใช้บริการชาวต่างชาติจะไม่ได้รับสิทธิ์ส่วนลดในมาตรการนี้
ขณะที่การจัดทำระบบชำระเงินและระบบโอนเงินส่วนต่างคืนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เบื้องต้นต้องไปหารือร่วมกับบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้ระบบดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
1.กรณีการผูกบัตร EMV ทุกประเภทเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยปัจจุบันพบว่ามีข้อมูลบัตรบางส่วนถูกนำเข้าและเชื่อมต่ออยู่ในระบบแอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้ว แต่ยังมีส่วนที่เป็นบัตรเครดิตทั่วไปที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันเป๋าตัง จึงจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาระบบเพื่อนำบัตรเครดิต EMV เหล่านี้เข้ามาผูกเข้ากับระบบเป๋าตังให้ครอบคลุมทั้งหมด
2.กรณีการผูกบัตรแรบบิท (Rabbit Card) เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจะต้องหารือและเจรจาร่วมกันว่าสามารถนำระบบบัตรแรบบิทเข้ามาผูกและเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเป๋าตังได้หรือไม่
ทั้งนี้การดำเนินการในทั้งสองกรณีดังกล่าวจะเป็นมาตรการระยะสั้นที่จะใช้ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน- 1 ปี เนื่องจากเป้าหมายสุดท้ายของโครงการคือการปรับเปลี่ยนระบบหัวอ่านของรถไฟฟ้าทั้งหมดให้เป็นระบบ EMV อย่างสมบูรณ์
ยันเอกชนผู้รับสัมปทานไร้ข้อกังวล
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผลการเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้า เช่น บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM นั้น ขณะนี้ได้มีการเจรจาร่วมกันแล้ว ซึ่งทางเอกชนไม่มีข้อขัดแย้งหรือปัญหาใด ๆ เนื่องจากมาตรการนี้ไม่ได้เป็นการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาเดิม โดยเอกชนยังคงได้รับรายได้ตามเงื่อนไขสัมปทานตามปกติ
อย่างไรก็ตามกรณีที่ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นหลังจากดำเนินมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย รวมถึงสภาพความเป็นจริงทางธุรกิจ ในประเด็นนี้จะมีการนำตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงมาเจรจาหารือร่วมกับเอกชนผู้รับสัมปทานอีกครั้งในภายหลัง ส่วนการพัฒนาระบบตั๋วร่วมเต็มรูปแบบที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น ๆ เช่น รถโดยสารสาธารณะ จะถูกนำไปพิจารณาเป็นแผนงานในระยะต่อไป
เปิดลงทะเบียนธ.ค.นี้
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสาย จะให้สิทธิเฉพาะคนไทยเท่านั้น โดยกระทรวงฯ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิในเดือน ธ.ค.นี้ ประชาชนจะต้องนำบัตรเครดิต/เดบิต EMV หรือบัตร Rabbit Card ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาลงทะเบียนผ่านเป๋าตัง พร้อมกับบัตรประชาชน เพื่อยืนยันการรับสิทธิและช่องทางการรับเงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารที่จะคืนให้กับประชาชนโดยตรงผ่านเป๋าตัง
ทั้งนี้การลงทะเบียนด้วยบัตร Rabbit Card ประชาชนจะสามารถนำไปแตะจ่ายรถไฟฟ้าเพื่อรับสิทธิ 17 – 45 บาทตลอดสาย ในกรณีเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีทอง สายสีเหลือง และสายสีชมพูเท่านั้น หากเดินทางเชื่อมระบบมายังรถไฟฟ้าสายอื่น เช่น สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง จะต้องแตะจ่ายด้วยบัตร EMV
สำหรับการเปิดให้ประชาชนสามารถนำบัตร Rabbit Card มาลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสายนั้น เป็นมาตรการระยะสั้นที่จะดำเนินการเพียง 1 ปี เนื่องจากต้องการให้ผู้โดยสารที่ใช้บัตร Rabbit Card ประมาณ 7 แสนคนต่อวัน ได้ปรับตัวและเปลี่ยนผ่านระบบการชำระเงิน






