thansettakij
thansettakij
คมนาคม งัดแผนฉุกเฉิน ดึง รฟฟท. เสียบแทน วิ่งแอร์พอร์ตลิงก์

คมนาคม งัดแผนฉุกเฉิน ดึง รฟฟท. เสียบแทน วิ่งแอร์พอร์ตลิงก์

01 ก.ย. 69 | 05:11 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ย. 69 | 05:23 น.

คมนาคมงัดแผนฉุกเฉินรับมือ "แอร์พอร์ตลิงก์" จ่อหยุดวิ่งลั่นพร้อมให้ รฟฟท.เสียบแทนทันที ย้ำการรถไฟส่งมอบพื้นที่หมดแล้วในไฮสปีด 3 สนามบิน โยนบอร์ดอีอีซีตัดสิน

KEY

POINTS

  • เอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์แจ้งความประสงค์จะหยุดการเดินรถหลังวันที่ 30 กันยายนนี้
  • กระทรวงคมนาคมเตรียมแผนรับมือ โดยเบื้องต้นจะเจรจาขอขยายเวลาการให้บริการออกไปอีก 2-3 เดือน
  • หากการเจรจาไม่สำเร็จ การรถไฟฯ พร้อมให้บริษัทลูก คือ รฟฟท. เข้าบริหารจัดการเดินรถต่อทันทีเพื่อความต่อเนื่องในการให้บริการ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าในกาคแก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ภายหลังเอกชนส่งหนังสือขอใช้สิทธิ์หยุดการเดินรถหลังวันที่ 30 ก.ย.ว่าในเรื่องนี้เพื่อป้องกันผลกระทบต่อ การให้บริการประชาชนที่อาจเกิดการหยุดชะงักลง ทางผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาทางออกรองรับ โดยมีแนวทางดำเนินการ โดยในเบื้องต้นอาจมีการเจรจาขอขยายระยะเวลาการเดินรถออกไปอีกประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้มีเวลาในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่าน

ทั้งนี้จากนั้นอาจพิจารณาการเข้าบริหารจัดการโดยบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท. หากเอกชนยืนยันที่จะส่งคืนโครงการตามกำหนดเดิม รฟท.ก็พร้อมที่จะให้บริษัทลูกเข้าเป็นผู้บริหารจัดการโครงการนี้ต่อทันทีเพื่อให้การเดินรถมีความต่อเนื่อง โดยขณะนี้คณะกรรมการ (บอร์ด) ของ รฟท. กำลังเร่งหาข้อสรุปว่าจะมีการจ้างเอกชนเข้ามาช่วยบริหารจัดการเดินรถในระยะเวลาสั้น 6 เดือน ถึง 1 ปี ซึ่งจะเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ต้องรอข้อสรุปอีกครั้ง

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงคมนาคมในฐานะกำกับดูแล รฟท.ขอยืนยันว่ารฟท. ในฐานะคู่สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินได้ดำเนินการส่งมอบพื้นที่ให้กับภาคเอกชนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนกำหนด (Deadline)เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้

ส่วนประเด็นการพิจารณาความคุ้มค่าของการดำเนินโครงการหรือข้อตกลงในการทำงานต่อนั้น นายพิพัฒน์ระบุว่าเป็นอำนาจการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยตรง ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคมจะไม่เข้าไปก้าวล่วงหรือก้าวก่ายการตัดสินใจในส่วนดังกล่าว