thansettakij
thansettakij
"สิริพงศ์" เร่งสปีดเบิกจ่ายงบปี 2569 แตะ 65% เร่งเซ็นสัญญาโครงการค้างท่อกว่า 90 โครงการ ภายใน ก.ย. นี้ สั่งเข้มงวดเวนคืนที่ดินโปร่งใส ดึง NT ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยงานเอกสารประหยัดงบกว่า 100 ล้านบาทต่อปี

โค้งสุดท้าย คมนาคม เร่งเบิกจ่ายงบ 1.7 แสนล้าน ปักธง ก.ย. ลุยเซ็น 90 โปรเจกต์ค้างท่อ

18 ส.ค. 69 | 09:14 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ส.ค. 69 | 09:19 น.

"คมนาคม" เร่งสปีดเบิกจ่ายงบปี 2569 แตะ 65% เร่งเซ็นสัญญาโครงการค้างท่อกว่า 90 โครงการ ภายใน ก.ย. นี้ สั่งเข้มงวดเวนคืนที่ดินโปร่งใส ดึง NT ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยงานเอกสารประหยัดงบกว่า 100 ล้านบาทต่อปี

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 แล้วกว่า 1.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 65% โดยตั้งเป้าเบิกจ่ายให้ได้ 95-96% ภายในสิ้นเดือนกันยายน
  • เร่งรัดการลงนามสัญญาโครงการที่ยังค้างท่อกว่า 90 โครงการ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569
  • โครงการที่รอลงนามมีทั้งโครงการขนาดใหญ่และเล็ก โดยมีกำหนดการลงนามที่ชัดเจนเพื่อกระตุ้นการลงทุนภาครัฐในช่วงท้ายปีงบประมาณ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานประชุมคณะทำงานติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 เงินกันเหลื่อมปี 2568 และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม เบื้องต้นกระทรวงฯได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2569 วงเงิน 262,621.83 ล้านบาท โดยเป็นงบลงทุน 232,575 ล้านบาท  

ปัจจุบันภาพรวมงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ผลการเบิกจ่ายสะสม ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 วงเงิน 171,422 ล้านบาท ในส่วนของรายจ่ายลงทุนปี 2569 ผลการเบิกจ่ายสะสม ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 วงเงิน 149,102 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่สำนักงบประมาณกำหนดไว้ โดยตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 100% คาดว่าจะดำเนินการได้ตามเป้าแล้วเสร็จภายในกันยายนนี้

 ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการรายงานภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ของสภาพัฒน์ พบว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ -0.3% ซึ่งมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันและราคาวัสดุก่อสร้างผันผวน ปัจจุบันได้มีความชัดเจนมากขึ้น ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าอัตราการเบิกจ่ายมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเดือนละประมาณ 9-10% 

ทั้งนี้ผลการเบิกจ่ายเงินกันเหลื่อมปี 2568 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า มีผลการเบิกจ่ายสะสม 28,384.02 ล้านบาท จากแผนเบิกจ่ายสะสม 36,507.04 ล้านบาท หรือต่ำกว่าแผน 8,123.02 ล้านบาท ขณะที่ยังมีวงเงินที่ต้องเร่งเบิกจ่ายในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 อีก 12,818.90 ล้านบาท จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายรายการที่ยังคงค้างอยู่ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะรายการที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 


 

ทั้งนี้รายการปีเดียว ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มีการลงนามในสัญญาแล้ว 7,956 รายการ จากทั้งหมด 7,973 รายการ สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการผลักดันโครงการลงทุนของกระทรวงคมนาคมให้เข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
  
นอกจากนี้ที่ประชุมได้ติดตามผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 มีผลการเบิกจ่ายสะสม จำนวน 78,040.96 ล้านบาท จากแผนเบิกจ่ายสะสม 81,890.00 ล้านบาท ต่ำกว่าแผน 3,849.04 ล้านบาท จึงได้กำชับให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเร่งรัดการดำเนินงานและติดตามโครงการลงทุนสำคัญอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนและสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีบางหน่วยงานที่ยังเบิกจ่ายล่าช้ากว่าเป้าหมาย ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน (ทย.), กรมเจ้าท่า, กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัญหาเฉพาะหน้าอย่างกรณีผู้รับจ้างถูกฟ้องล้มละลายในโครงการของกรมเจ้าท่า ทำให้ต้องยกเลิกและประกาศจัดซื้อจัดจ้างใหม่ นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังงบประมาณที่อาจจะตกพับหรือเบิกจ่ายไม่ทัน ซึ่งคาดว่ามีวงเงินรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท
 

ส่วนการเวนคืนที่ดินของโครงการฯต่างๆ นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงฯได้ให้แนวทางเพิ่มความโปร่งใสแก่ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะขั้นตอนการเจรจาปรองดอง เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ โดยกำชับให้จัดทำคู่มือและสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจนเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้กระทรวงฯ ยังมีนโยบายลดภาระงบประมาณด้วยการนำเทคโนโลยี e-Office จากบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT มาใช้ในหน่วยงานต่างๆ ซึ่ง NT จะสนับสนุนระบบ AI ช่วยตรวจสอบเอกสาร ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกฎหมาย โดยระบบนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้ คาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมได้กว่า 100 ล้านบาทต่อปี และยังช่วยลดการใช้กระดาษในองค์กรอีกด้วย