thansettakij
thansettakij
จับตา 8 บิ๊กเอกชน จ่อชิงเค้ก 3.1 หมื่นล้าน ประมูล “ต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์”

จับตา 9 บิ๊กเอกชน จ่อชิงเค้ก 3.1 หมื่นล้าน ประมูล “ต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์”

27 ก.ค. 69 | 05:20 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ค. 69 | 06:06 น.

“กรมทางหลวง” เตรียมเดินหน้าเปิดประมูล PPP Gross Cost ดึงเอกชนร่วมทุน “ต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์” 3.1 หมื่นล้านบาท สัมปทานยาว 34 ปี ลุ้นบิ๊กเอกชน เด้งรับพร้อมลงสนามชิงศึกใหญ่ ปลายปีนี้ ปักธงเปิดให้บริการปี 75

KEY

POINTS

  • กรมทางหลวงเตรียมเปิดประมูลโครงการต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์ (รังสิต-บางปะอิน) ระยะทาง 22 กม. มูลค่ากว่า 3.1 หมื่นล้านบาท โดยมีเอกชนรายใหญ่กว่า 9 บริษัทให้ความสนใจ
  • โครงการจะลงทุนในรูปแบบ PPP Gross Cost คาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนเอกชนได้ภายในปลายปี 2569 และมีแผนเปิดให้บริการภายในปี 2575
  • เอกชนที่ชนะการประมูลจะรับผิดชอบการก่อสร้างและบำรุงรักษา (O&M) เป็นเวลา 30 ปี เพื่อแลกกับเงินค่าตอบแทน (Availability Payment) จากภาครัฐ

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) หรือต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์ ระยะทาง 22 กม. วงเงิน 31,385 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณและการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ขณะนี้อยู่ระหว่างคณะกรรมการคัดเลือกฯ พิจารณาร่างเอกสารประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน (RFP) คาดว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนได้ภายในปลายปี 2569 ก่อนลงนามในสัญญาร่วมลงทุนได้ภายในกลางปี 2570 และดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2570 ตามแผนจะเปิดให้บริการภายในปี 2575 

ส่อง 9 บิ๊กเอกชนรุมจีบ

ที่ผ่านมากรมทางหลวง (ทล.) ผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการนี้ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน (Market sounding) โดยพบว่ามีเอกชนหลายรายเข้าร่วมกับรับฟังหลายราย เช่น เช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ,บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ,บริษัทชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC,บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ,บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัทบีทีเอส อินฟราสตรัคเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด ,บริษัทราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน),บริษัททางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน),China State Construction ฯลฯ


 

บีทีเอส-BEM จ่อชิงซอง

ดร.ชัยศักดิ์ ศรีเศรษฐนิล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส อินฟราสตรัคเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้น่าสนใจและพร้อมที่จะลงทุน เนื่องจากรูปแบบการร่วมลงทุน PPP Gross Cost มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งโครงการลงทุนในงานระบบใช้งบประมาณไม่มาก เพราะมีระยะทางเพียง 22 กม.

ฟากแหล่งข่าวจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กล่าวว่า ขณะนี้ BEM ยังมีโอกาสทางธุรกิจที่จะเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์สายนี้ ซึ่ง BEM ให้ความสนใจจะเข้าร่วมการประมูลอย่างแน่นอน

ทั้งนี้โครงการนี้จะดำเนินการในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนแบบ PPP Gross Cost มีระยะเวลาสัญญาไม่เกิน 34 ปี แบ่งเป็น ก่อสร้าง 4 ปี และ ดำเนินการและบำรุงรักษา (O&M) 30 ปี แบ่งเป็น ส่วนที่ภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบคือค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 78 ล้านบาท และเงินลงทุนของภาคเอกชน จำนวน 31,280 ล้านบาท โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธา งานระบบ พร้อมการดำเนินงาน และบำรุงรักษาตลอดทั้งสายทาง 

ด้านการลงทุนและบริหารจัดการจุดพักรถขนาดเล็ก (Rest Stop) พื้นที่ 5 ไร่ วงเงิน 209 ล้านบาท ซึ่งอยู่บริเวณตำแหน่งเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางรังสิต 1 (ขาเข้า) โดยเอกชนจะได้รับอนุญาตให้เข้าลงทุนและบริหารจัดการที่พักริมทาง
 

เช็กค่าผ่านทางเริ่มต้น 20 บาท 

นอกจากนี้จากผลการศึกษาโครงการฯ โดยเอกชนเป็นผู้ออกแบบและลงทุนก่อสร้างงานโยธาทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร งานระบบและองค์ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภาครัฐจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เอกชนได้ลงทุนก่อสร้างและรายได้ทั้งหมดจากค่าธรรมเนียมผ่านทาง

ขณะเดียวกันเอกชนจะได้รับเงินค่าตอบแทนจากการให้บริการ (Availability Payment) จากกรมทางหลวงตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา คิดเป็นจำนวนเงินมูลค่าปัจจุบันไม่เกิน 47,881 ล้านบาท โดยรัฐแบ่งจ่ายคืนค่าตอบแทนเงินลงทุนค่าก่อสร้างไม่น้อยกว่า 15 ปี และค่าตอบแทน O&M เป็นระยะเวลา 30 ปี นับจากวันที่เปิดให้บริการ

สำหรับอัตราค่าผ่านทางของโครงการฯ ดังนี้ รถยนต์ 4 ล้อ ราคา 20 บาทหรือ 40 บาทต่อคัน และรถยนต์มากกว่า 4 ล้อ ราคา 30 บาทหรือ 65 บาทต่อคัน โดยจะปรับอัตราค่าผ่านทางขึ้นทุกๆ 5 ปี ในอัตรา 2.5% ต่อปี คาดการณ์ในปีที่เปิดให้บริการภายในปี 14 ล้านคันต่อปี

สร้างถนน 6 เลน

ส่วนรูปแบบการก่อสร้างโครงการฯ เป็นทางยกระดับตามแนวถนนพหลโยธิน โดยก่อสร้างต่อขยายตั้งแต่ช่วงรังสิต - บางปะอิน รวมระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ช่องจราจรกว้าง 3.5 เมตร ไหล่ทางด้านซ้ายกว้าง 2 เมตร ไหล่ทางด้านขวากว้าง 1 เมตร จุดขึ้น-ลง/จุดเชื่อมต่อ จำนวน 8 แห่ง และงานอาคารที่เกี่ยวข้อง เช่น อาคารด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง อาคารศูนย์ควบคุมกลาง อาคารกู้ภัย และอาคารสถานีตำรวจทางหลวง

ทั้งนี้แนวเส้นทางโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางยกระดับอุตราภิมุขที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิต (ประมาณ กม.33+924 ของถนนพหลโยธิน) 

ขณะที่จุดสิ้นสุดโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน (ประมาณ กม.1+800 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้โดยตรงกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) ครอบคลุมพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางปะอิน อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยตลอดสายทางมีจุดขึ้น-ลง/จุดเชื่อมต่อ จำนวน 7 แห่ง ดังนี้ 1. จุดเชื่อมต่อ บริเวณด่านฯ รังสิต 1 2. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ รังสิต 2 3. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ คลองหลวง 4. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ ม.ธรรมศาสตร์ 5. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ นวนคร 6. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ วไลยอลงกรณ์ และ 7. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ ประตูน้ำพระอินทร์

สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน หรือ (M5) เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายกรุงเทพมหานคร-ด่านแม่สาย/เชียงของ (M5) ในระยะเร่งด่วน ตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากใจกลางกรุงเทพฯสู่พื้นที่ด้านเหนือและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพหลโยธินและถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนอันเกิดจากการขยายตัวของชุมชนเมืองทางด้านทิศเหนือที่เชื่อมต่อกับจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา