
รฟท. คว่ำดีลเอกชน สร้างไฮสปีดไทย-จีน ทับซ้อน 3 สนามบิน ปลดล็อกสถานีอยุธยา
"รฟท." กางแผนไฮสปีดไทย-จีน ดึงสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง กลับมาประมูลเอง หลังเอกชนถอยสร้างพื้นที่ทับซ้อนไฮสปีด 3 สนามบิน เตรียมชง ครม. ของบ 1.9 หมื่นล้านเสริมทัพ พร้อมลุยสัญญา 4-5 อยุธยา เคลียร์ปมมรดกโลก คาดประมูลได้ในปีนี้
KEY
POINTS
- รฟท. เตรียมยกเลิกสัญญากับเอกชน และเข้ามาดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงบางซื่อ-ดอนเมืองเอง เนื่องจากเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
- เตรียมเสนอ ครม. ขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมราว 1.9 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ก่อสร้างช่วงทับซ้อนดังกล่าว โดยจะโยกงบมาจากโครงการเชื่อม 3 สนามบิน
- แก้ปัญหาผลกระทบพื้นที่มรดกโลกบริเวณสถานีอยุธยาได้แล้ว โดยเตรียมเปิดประมูลสัญญาที่เกี่ยวข้อง (ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว) ภายในปีนี้ เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในปัจจุบันมีผลงานการก่อสร้างรวมอยู่ที่ 55% แม้จะยังล่าช้ากว่าแผนเดิมประมาณ 33% ขณะนี้ รฟท. กำลังเร่งปรับแผนงานเพื่อกำกับดูแลให้การก่อสร้างงานโยธาและงานระบบเสร็จสิ้นภายในปี 2574 เพื่อเริ่มขั้นตอนการทดสอบเดินรถเสมือนจริง โดยไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 1 ยังเหลืออีก 2 สัญญาที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง หากล่าช้าจะกระทบแผนเปิดให้บริการ
สร้างพื้นที่ทับซ้อนไฮสปีด 3 สนามบินเอง
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับ 2 สัญญาที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง ประกอบด้วย สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เบื้องต้นรฟท. จะนำงานโยธาในสัญญานี้กลับมาดำเนินการก่อสร้างเอง เนื่องจากเอกชนคู่สัญญาเดิมได้แจ้งยืนยันแล้วว่าไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างในช่วงดังกล่าวได้
ทั้งนี้รฟท.เตรียมเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เห็นชอบภายในสิ้นปีนี้ เพื่อขออนุมัติหลักการในการนำงานโยธาทั้งหมดกลับมาทำเองเพื่อให้โครงการภาพรวมสามารถเดินหน้าต่อได้ตามเป้าหมาย
ชงครม.ของบ 1.9 หมื่นล้าน
นายอนันต์ ระบุอีกว่า สำหรับรายละเอียดงบประมาณในส่วนของสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร สัญญาดังกล่าวมีวงเงินค่าก่อสร้างงานโยธาและทางวิ่ง ประมาณ 22,000 - 24,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันกรอบงบประมาณของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน มีเงินสำรองไว้เพียงประมาณ 4,100 ล้านบาท
ดังนั้น รฟท. จึงต้องเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกประมาณ 18,000 - 19,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมเป็นวงเงินที่เคยระบุไว้ในกรอบงบประมาณของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วงเงินรวมประมาณ 140,000 ล้านบาท อยู่แล้ว โดย รฟท. จะขออนุมัติใช้เงินส่วนนี้มาดำเนินการก่อสร้างสัญญา 4-1 เพื่อให้งานโยธาเสร็จสิ้นและพร้อมสำหรับการติดตั้งระบบต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 36 เดือน หรือ 3 ปี โดยตั้งเป้าให้เสร็จทันกำหนดการทดสอบเดินรถในปี 2574
เปิดประมูลสถานีอยุธยาฯ
ขณะที่สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอนันต์ ยืนยันว่า ปัจจุบันได้ดำเนินการเตรียมแบบก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว แม้ที่ผ่านมาจะติดปัญหาเรื่องผลกระทบต่อพื้นที่มรดกโลก
ทั้งนี้ได้หลักการชัดเจนร่วมกับกรมศิลปากรแล้วว่า ในขั้นตอนก่อนการก่อสร้างจะต้องมีการเจาะสำรวจพื้นที่สถานีและเส้นทางผ่านเขตเมืองอย่างละเอียด โดย รฟท. จะบรรจุเงื่อนไขการเจาะสำรวจนี้ลงในขอบเขตงาน (TOR) ด้วย คาดว่าจะเปิดประมูลงานโยธาสัญญา 4-5 ได้ภายในปีนี้
“รฟท. จะรายงานความจำเป็นในการเร่งรัดเปิดประมูลก่อสร้างงานโยธาทั้ง 2 สัญญา ไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อให้โครงการนี้สามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดการที่วางไว้” นายอนันต์ กล่าว
เพิ่มงบเวนคืนไฮสปีดไทย-จีน
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2569 ที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท.เห็นชอบกรอบวงเงินเพิ่มเติมสำหรับเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา จำนวน 461 ล้านบาท จากกรอบเดิม 5,687 ล้านบาท โดยการปรับวงเงินครั้งนี้ เนื่องจากมีค่าอุทธรณ์ที่ดินและค่าชดเชยหน่วยงานรัฐที่ยังค้างท่อ ซึ่งปัจจุบันการส่งมอบพื้นที่คืบหน้าไปแล้วกว่า 98% หลังจากนี้จะเสนอต่อกระทรวงคมนาคมพิจารณา ก่อนเสนอขออนุมัติปรับกรอบวงเงินต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป







