
รฟท. รับมอบ ‘รถไฟไทยทำ’ ขบวนแรก เตรียมวิ่งเส้นทางท่องเที่ยว
ก้าวประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมราง รองนายกฯ เชน ส่งมอบ 'รถไฟไทยทำ' ขบวนแรกให้ รฟท.ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ขับเคลื่อนโดยนักวิจัยและเอกชนไทยกว่า 30 แห่ง ออกแบบและผลิตเอง 100% ดัน Local Content ลดพึ่งพานำเข้า มุ่งเป้าสร้างเศรษฐกิจ Rail Economy
KEY
POINTS
- การรถไฟฯ (รฟท.) รับมอบรถไฟโดยสารต้นแบบ "รถไฟไทยทำ" ขบวนแรกซึ่งเป็นรถไฟระบบ EV ระดับ Luxury Class ที่ออกแบบและผลิตโดยคนไทยทั้งหมด
- รถไฟขบวนดังกล่าวมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการนำเข้าถึง 30% โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศกว่า 44% และรองรับความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม.
- รฟท. เตรียมนำรถไฟไปทดสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด ก่อนนำไปให้บริการจริงในเส้นทางท่องเที่ยวระยะทาง 200-500 กิโลเมตร
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ภายหลังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบรถไฟไทยทำซึ่งเป็นรถไฟโดยสารต้นแบบที่ต่อยอดจากผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริง
"จากความสำเร็จวันนี้เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่รถไฟไทยทำไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง แต่ได้ลงมาวิ่งบนรางจริง ๆ แล้ว" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาลในการผลักดันงานวิจัยไทยให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรถไฟขบวนนี้ คือ ระบบ EV ระดับ Luxury Class ต้นแบบที่ออกแบบและผลิตในประเทศไทยโดยฝีมือนักวิจัยและวิศวกรไทยทั้งหมด
นอกจากนี้เป็นการผนึกกำลังด้านองค์ความรู้ระหว่างสถาบันวิจัยและภาคเอกชนกว่า 30 บริษัท ที่สำคัญ คือ มีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าถึง 30% ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่าของไทยทำไม่ได้แค่ทำได้แต่เราแข่งขันได้จริง
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า วิสัยทัศน์ในอนาคตนั้นจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของรัฐในอีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีความต้องการตู้รถไฟโดยสารอีกกว่า 2,000 ตู้
อย่างไรก็ดี การสร้าง Rail Economy หรือระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมรางของเราเองจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดการพึ่งพิงการนำเข้าซึ่งจะนำไปสู่การเกิดอุตสาหกรรมการผลิต การสร้างงาน สร้างอาชีพ เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงและท้ายที่สุดเงินทุกบาทจะหมุนเวียนกลับมาสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า รฟท. ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับมอบรถไฟที่ใช้วัสดุในประเทศในสัดส่วนสูงซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณชาติได้มาก
อย่างไรก็ดี หลังจากนี้จะร่วมกันทดสอบความปลอดภัยอย่างรอบด้านก่อนนำไปให้บริการจริงในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200–500 กิโลเมตรต่อไป
สำหรับรถไฟไทยทำขบวนนี้เป็นความร่วมมือกับ บริษัท กิจการร่วมค้า ไซโนเจน ปิ่นเพชร จำกัด จนสำเร็จเป็นตู้โดยสารต้นแบบขนาด 25 ที่นั่งที่มีน้ำหนักโครงสร้างเบาลง ร้อยละ 22 รองรับความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ได้ผ่านการทดสอบเดินรถจริงมาแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร ตัวรถใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศสูงถึงร้อยละ 44.1 และสร้างผลงานทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มอีก 7 ผลงานซึ่งเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทยสู่การพึ่งพาตนเองด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีของคนไทยอย่างแท้จริง
ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ความสำเร็จนี้สะท้อนศักยภาพของคนไทยในการสร้างองค์ความรู้เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติและถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบราง






