thansettakij
thansettakij
'พิพัฒน์' สั่งทล. เปิดมอเตอร์เวย์โคราช วิ่งฟรี ผุดโมเดลสร้างถนน MR1 แก้น้ำท่วม

'พิพัฒน์' สั่งทล. เปิดมอเตอร์เวย์โคราช วิ่งฟรี ผุดโมเดลสร้างถนน MR1 แก้น้ำท่วม

02 พ.ค. 69 | 03:20 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ค. 69 | 03:38 น.

'พิพัฒน์' ลงพื้นที่มอบนโยบายกรมทางหลวง เร่งสปีดมอเตอร์เวย์สายอีสาน M6 เปิดใช้เต็มรูปแบบรับปีใหม่ 70 ดันบิ๊กโปรเจกต์ MR1 ผุดโครงข่ายถนน แก้น้ำท่วมซ้ำซาก

KEY

POINTS

  • รมว.คมนาคม สั่งกรมทางหลวงเร่งรัดการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในช่วงปีใหม่ 2570
  • สั่งการให้ศึกษาและพัฒนาโครงการ MR1 ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบผสมผสานทั้งถนน ระบบราง และทางน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม
  • โมเดล MR1 มีแนวเส้นทางเชื่อมจากภาคเหนือสู่ภาคกลางและอ่าวไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในฤดูน้ำหลากและรองรับการขนส่งสินค้า

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคมได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานสำคัญ 4 ด้าน เพื่อเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทางถนนให้มีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน

ทั้งนี้ได้เร่งรัดการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์สาย โดยเฉพาะโครงการสำคัญที่ใกล้เปิดใช้งาน ได้แก่ มอเตอร์เวย์สาย M6 ช่วงบางปะอิน–นครราชสีมา ซึ่งตั้งเป้าเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั้งไปและกลับในช่วงปีใหม่ 2570 เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชน จากเดิมที่เปิดให้ทดลองใช้เพียงบางช่วงและบางทิศทาง

ขณะที่ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ช่วงบางขุนเทียน–บ้านแพ้ว บนถนนพระราม 2 ได้เร่งรัดงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง คาดว่าโครงสร้างหลักจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 เดือน โดยจะเปิดใช้เส้นทางหลักได้ภายในเดือนสิงหาคม 2569 ส่วนจุดขึ้น-ลงบางแห่งจะทยอยเปิดตามความพร้อม และคาดว่าจะเปิดใช้งานครบถ้วนภายในปลายปีเดียวกัน

อย่างไรก็ดีในช่วงแรกจะเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรีประมาณ 2 ปี ก่อนเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางในปี 2573 ภายหลังการติดตั้งระบบจัดเก็บค่าผ่านทางและระบบจราจรตามรูปแบบการร่วมลงทุนกับเอกชน (PPP) ซึ่งคาดว่าจะลงนามสัญญาได้ในช่วงปลายปี 2569

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ยังมีแผนเร่งรัดโครงการในรูปแบบ PPP อื่น ๆ ได้แก่ ระบบของ M82, มอเตอร์เวย์ M5 ส่วนต่อขยายรังสิต–บางปะอิน, มอเตอร์เวย์วงแหวนตะวันตก (M9) รวมถึงโครงการจุดพักรถ (Rest Area) บนเส้นทาง M6 และ M81 ตลอดจนเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการมอเตอร์เวย์สายใต้สายแรก M8 ช่วงนครปฐม–ปากท่อ

 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ขณะเดียวกันกระทรวงฯคมนาคม ได้หารือกับกระทรวงการคลังถึงแนวทางการระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือการนำโครงการเข้าระดมทุนในตลาดทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพการลงทุนของหน่วยงาน เช่น กรมทางหลวงและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยย้ำว่าการระดมทุนจำเป็นต้องมีแผนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ปี และโครงการต้องสามารถสร้างรายได้ เช่น การจัดเก็บค่าผ่านทาง เพื่อดึงดูดนักลงทุน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ได้มอบนโยบายยกระดับโครงข่ายถนนควบคู่กับการบูรณาการรับมือปัญหาน้ำท่วม โดยกำชับให้ทุกโครงการคำนึงถึงปัจจัยด้านภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะอุทกภัยและการเปลี่ยนทิศทางของทางน้ำ นอกจากนี้ได้สั่งการเตรียมพัฒนาเส้นทางหลวงหมายเลข 4 และ 41 ซึ่งเป็นโครงข่ายหลักเชื่อมภาคใต้ ตั้งแต่กรุงเทพฯ ผ่านนครปฐม เพชรบุรี ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และพัทลุง รวมถึงเส้นทางเชื่อมต่อไปยังสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช เพื่อยกระดับศักยภาพการคมนาคมในภูมิภาคที่ยังพัฒนาล่าช้ากว่าพื้นที่อื่น

 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่มอบนโยบายกรมทางหลวง

ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการศึกษาพัฒนาโครงการ MR1 ซึ่งเป็นแนวคิดโครงสร้างพื้นฐานแบบผสมผสาน ทั้งระบบถนน ระบบราง และระบบทางน้ำ โดยมีแนวเส้นทางเชื่อมจากพื้นที่ภาคเหนือผ่านนครปฐมไปออกอ่าวไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก

ทั้งนี้เพื่อรองรับการขนส่งสินค้า เช่น ข้าว มันสำปะหลัง หิน และทราย ผ่านระบบขนส่งทางน้ำควบคู่กับระบบรางและถนน ขณะเดียวกันได้การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน โดยนำเทคโนโลยีอัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บริหารจัดการ เช่น ระบบควบคุมไฟสัญญาณ ป้ายเตือนภัย ระบบแสงสว่าง และแนวคิด Smart City Highway เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและลดอุบัติเหตุ

อย่างไรก็ดีนโยบายที่มอบให้กรมทางหลวง ถือเป็นกรอบการทำงานสำคัญเพื่อเร่งผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยหลังจากนี้หากมีรายละเอียดเชิงลึกในแต่ละโครงการ จะมอบหมายให้ผู้บริหารกรมทางหลวงเป็นผู้ชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป