thansettakij
thansettakij
‘รมช.สรรเพชญ’ เปิดภารกิจ บก-น้ำ-ราง-อากาศ ผ่าทางตันท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3  กาง 9 บิ๊กโปรเจ็กต์แสนล้าน

‘รมช.สรรเพชญ’ เปิดภารกิจ บก-น้ำ-ราง-อากาศ ผ่าทางตันท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 กาง 9 บิ๊กโปรเจ็กต์แสนล้าน

24 เม.ย. 69 | 00:23 น.
อัปเดตล่าสุด :24 เม.ย. 69 | 00:43 น.

‘รมช.สรรเพชญ’ กางแผน บก-น้ำ-ราง-อากาศ แก้วิกฤตแหลมฉบังเฟส 3 หลังงานถมทะเลติดหล่มสเปก TOR จ่อชงแก้ไขสัญญาด่วนกันเอกชนฟ้อง ลุยพลิกโฉมที่ดิน รฟท. 3.8 หมื่นไร่ เร่งประมูล PPP 10 แปลงรวด ล้างหนี้สะสม 2.8 แสนล้าน

KEY

POINTS

  • รมช. สรรเพชญ บุญญามณี เร่งแก้ปัญหาโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ที่ล่าช้าจากการถมทะเลไม่ได้ตามสเปก โดยจะมอบนโยบายให้การท่าเรือฯ หาทางออกเพื่อไม่ให้กระทบโครงการอื่นใน EEC
  • เปิดแผนลงทุน 9 โครงการใหญ่ด้านคมนาคมทั้งทางบก น้ำ ราง และอากาศ มูลค่ารวมกว่า 6.3 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
  • ผลักดันเมกะโปรเจกต์สำคัญอื่น ๆ เช่น รถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง, การพัฒนาที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อสร้างรายได้ลดหนี้ และการยกระดับสนามบินหาดใหญ่

‘ฐานเศรษฐกิจ’ สัมภาษณ์พิเศษนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแลระบบขนส่งทางน้ำ ได้แก่ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กรมเจ้าท่า (จท.) รวมทั้งกำกับดูแลบริษัทเอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) หรือบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมทั้งกำกับดูแลพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด ถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เร่งรัดให้สามารถเดินหน้าต่อได้ รวมทั้งสิ้นกว่า 9 โครงการ วงเงินรวมกว่า 638,830 ล้านบาท

สางปมวิกฤตแหลมฉบังเฟส 3

นายสรรเพชญ เปิดเผยว่า ในฐานะที่กำกับดูแลการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ล่าสุดได้รับรายงานจากกทท.ว่าอยู่ระหว่างหารือกับเอกชนถึงปัญหาการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าในโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (เฟส 3) โดยในวันที่ 30 เมษายนนี้ จะมอบนโยบายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อเร่งหาทางออกไม่ให้โครงการล่าช้าไปมากกว่านี้ เพราะปัจจุบันโครงการมีปัญหาความล่าช้าในงานถมทะเล หลังพบปัญหาความหนาแน่นของดินที่ไม่เป็นไปตามสเปกในเอกสารการประกาศประกวดราคา (ทีโออาร์) อีกทั้งรายละเอียดสัญญาที่มีความคลาดเคลื่อน ซึ่งจะต้องพิจารณาข้อกฎหมายให้ละเอียดและรอบคอบ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนและเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องจากเอกชน

 

"ปัญหาดังกล่าวมีโอกาสที่จะนำไปสู่การแก้ไขสัญญากับเอกชน ส่วนจะกระทบต่อแผนการเลื่อนเปิดให้บริการหรือไม่นั้นมองว่าไม่อยากให้ขยับออกไปอีก เพราะจะกระทบต่อโครงการอื่นๆในพื้นที่อีอีซีล่าช้าไปด้วย อีกทั้งปัจจุบันอยู่ระหว่างการรอแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท.และผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) คาดว่าจะได้ข้อสรุปการแต่งตั้งได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป” นายสรรเพชญ กล่าว

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (เฟส 3) มูลค่า 84,361 ล้านบาท โดยมีคู่สัญญาระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กับ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล (GPC) ซึ่งมีการลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมางานจ้างส่วนที่ 1 ก่อสร้างงานถมทะเลและชายฝั่ง วงเงิน 21,320 ล้านบาท คืบหน้ากว่า 90% ซึ่งมีแผนส่งมอบงานให้ กทท.กลางเดือนกรกฎาคมนี้

ด้านงานจ้างส่วนที่ 2 งานระบบถนน งานอาคาร งานระบบสาธารณูปโภค งานท่าเทียบเรือชายฝั่ง และงานท่าเทียบเรือบริการ รวมถึงการวางระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งสินค้าภายในประเทศ เพื่อรองรับการสร้างรางรถไฟเข้าไปถึงบริเวณหลังท่าเทียบเรือ วงเงิน 7,298 ล้านบาท คืบหน้ากว่า 11%

จับตาศึกษาท่าเรือคลองเตย

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการพัฒนาท่าเรือคลองเตย ยืนยันว่ายังเดินหน้าศึกษาต่อเพื่อนำศักยภาพของพื้นที่มาสร้างรายได้ให้ประเทศ ตลอดจนเกิดการใช้สอยพื้นที่เชิงพาณิชย์และลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

ที่ผ่านมา กทท.ได้ทบทวนแผนการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเตย) ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 2,353 ไร่ วงเงินลงทุน มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1 แสนล้านบาท จากเดิมเคยมีการศึกษาไว้เมื่อปี 2562 ซึ่งไม่สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน การทบทวนครั้งนี้ เบื้องต้นกทท.จะนำร่องการพัฒนาออกเป็น 3 โซน รวม 400 ไร่ ประกอบด้วย

1.ศูนย์กระจายสินค้า 2.การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Smart Commercial Area) ซึ่งนำร่องพื้นที่หน้าท่าติดริมน้ำ โดยเป็นการก่อสร้างอาคารมิกซ์ยูส ศูนย์การค้า หรือช้อปปิ้งมอลล์ รวมไปถึงสนามกีฬา โรงแรม และพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

3.การพัฒนาท่าเรือแห่งที่สาม (Terminal 3) โดยเป็นการปรับปรุงพื้นที่อาคารโกดังสินค้า

สำหรับการพัฒนาทั้ง 2 ส่วนแรก คือ ศูนย์กระจายสินค้า และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เบื้องต้น กทท.ได้เตรียมดำเนินการออกแบบรายละเอียดของโครงการ และดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ต่อไป หากทั้ง 3 โซนออกแบบแล้วเสร็จ ตามแผนจะนำเสนอต่อบอร์ด กทท.ชุดใหม่เข้ามาพิจารณาต่อไป

 

‘รมช.สรรเพชญ’ เปิดภารกิจ บก-น้ำ-ราง-อากาศ ผ่าทางตันท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3  กาง 9 บิ๊กโปรเจ็กต์แสนล้าน

ดันรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง 

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่กำกับดูแลในพื้นที่ภาคใต้ ทางกระทรวงคมนาคมยังมีแผนผลักดันรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 3 เส้นทาง วงเงินรวม 104,464 ล้านบาท ประกอบด้วย ได้แก่ ช่วงชุมพร- สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท, ช่วงสุราษฎร์ธานี- ทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และ ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท

ทั้งนี้ 3 เส้นทางดังกล่าว โดยคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดสศช.) ได้เห็นชอบแล้ว แต่ที่ผ่านมามีการเลือกตั้งจนนำไปสู่การเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้มีการส่งคืนเรื่องกลับมาที่หน่วยงานก่อน ตามขั้นตอนรฟท.จะเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อยืนยันการดำเนินโครงการอีกครั้ง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

พลิกที่ดินรถไฟ ล้างหนี้ 2.8 แสนล้าน

 นายสรรเพชร ระบุอีกว่า กระทรวงมีนโยบายชัดเจนในการนำที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ผ่านบริษัทลูก (SRTA) เพื่อสร้างรายได้ ลดภาระหนี้สะสมกว่า 2.8 แสนล้านบาท โดยกำลังเร่งตรวจสอบปัญหาข้อกฎหมายและการส่งมอบในหลายสัญญาที่ยังติดขัด

อย่างไรก็ดี รฟท. ได้ทยอยส่งมอบสินทรัพย์ 3.8 หมื่นไร่ มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ให้กับ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ฐานะบริษัทลูก เพื่อนำไปบริหาร รวมถึงการศึกษาพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพในการเปิดประมูลจัดหาเอกชนร่วมลงทุน (PPP) เพื่อหารายได้เข้าองค์กร

ที่ผ่านมาคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของรฟท. เช่าทรัพย์สินของ รฟท.ที่มีมูลค่าที่ดินและหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่มีมูลค่าเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามที่ SRTA เสนอและมีความพร้อมในการเช่าช่วงดำเนินการ จำนวน 10 แปลง ได้แก่ 1.บริเวณบางซื่อแปลง E1 (ที่ตั้งกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่) 2. บริเวณย่านพหลโยธิน (ตลาดซันเดย์)

3. บริเวณพหลโยธิน (แปลงหัวมุม อตก.) 4.บริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน (โครงการเซ็นทรัลลาดพร้าว)

5.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างประเภทโรงแรม ที่บริเวณย่านมักกะสัน ซอยเพชรบุรี 31 (ซอยจารุรัตน์) 6.สถานีแม่น้ำ 7.พื้นที่ย่าน RCA 8.หาดใหญ่ แปลง B

9.สนามกอล์ฟรถไฟหัวหิน 10.ที่ดิน ศิลาอาสน์

“จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการปรับลดงบประมาณปี 2570 ทำให้การก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่บนพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์จำเป็นต้องชะลอออกไปก่อน โดยให้เปลี่ยนมาใช้โมเดลการเช่าอาคารแทน เพื่อความคล่องตัวในระหว่างที่สถานการณ์งบประมาณยังไม่คลี่คลาย” นายสรรเพชญ กล่าว

ปลุกโครงข่ายถนน แก้น้ำท่วม

ส่วนการผลักดันโครงการถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ (ทางหลวงหมายเลข 425) จังหวัดสงขลา วงเงินรวม 45,305 ล้านบาท ปัจจุบันกรมทางหลวง อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยโครงการฯนี้จะดำเนินการควบคู่ไปกับโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม เบื้องต้นได้สั่งการกรมเจ้าท่าเร่งขุดลอกร่องน้ำและปากคลองสำคัญ เช่น คลอง ร.1, ร.3 และคลองอู่ตะเภา เพื่อเตรียมรับมือฤดูฝนในปีนี้ด้วย

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวยังเหลือการก่อสร้างอีก 2 ด้าน ประกอบด้วย ด้านตะวันออก ระยะทาง 24.153 กม. เริ่มจากทางหลวงหมายเลข 414 บ้านทุ่งน้ำ ผ่านทางหลวงหมายเลข 407 และ 43 สิ้นสุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 4 ทางด้านใต้ของเมืองหาดใหญ่ งบประมาณค่าเวนคืนและก่อสร้างรวม 17,890 ล้านบาท

ขณะที่ด้านตะวันตก ระยะทาง 35.51 กม. เริ่มจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ วนขึ้นไปทางเหนือผ่านทางหลวงหมายเลข 4287 และเชื่อมทางหลวงหมายเลข 4 ทางด้านเหนือของเมืองหาดใหญ่ และไปสิ้นสุดที่จุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 414 งบประมาณค่าเวนคืนและก่อสร้างรวม 24,037 ล้านบาท ปัจจุบันกรมทางหลวงอยู่ระหว่างเตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมให้ความเห็นชอบ ก่อนนำเสนอต่อ ครม. และเข้าสู่ขั้นตอนการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและก่อสร้างต่อไป

ขณะเดียวกันยังมีโครงการโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา วงเงินก่อสร้าง 4,700 ล้านบาท ปัจจุบันได้เปิดประกวดราคาแล้ว รอการประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยย่นระยะการเดินทางจากสงขลา-พัทลุง ได้ถึง 80-90 กม. เหลือเพียง 7 กม.ใช้เวลาเดินทางจาก 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 15 นาที

อัพเกรด 'หาดใหญ่-สงขลา' ฮับท่องเที่ยว

สำหรับแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง นายสรรเพชญ ระบุว่า ขณะนี้เตรียมผลักดันสนามบินหาดใหญ่เป็น Southern Gateway อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะขยายอาคารผู้โดยสารและปรับปรุงพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมทั้งเพิ่มเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยสนามบินหาดใหญ่ มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านคนต่อปี ปี 2568 มีผู้โดยสารใช้บริการกว่า 3.31 ล้านคน และในปี 2569 คาดว่าผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 3.56 ล้านคน รวมถึงมีการประเมินว่า ในปี 2577 จะมีผู้โดยสารใช้บริการสูง 4.76 ล้านคนต่อปี