
คมนาคม ออกมาตรการรองรับคลื่นมหาชน เดินทางช่วงปีใหม่ไทย
วิกฤตพลังงาน กระทบการเดินทาง “คมนาคม”ออกมาตรการเร่งด่วนรองรับคลื่นมหาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ลุยเยียวยาภาคขนส่งกลุ่มเปราะบาง-ตรึงค่าโดยสาร ด้านบขส.ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังรถไฟพร้อมรับผู้โดยสารเกือบ1ล้านคนไม่ตกหล่น
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมประกาศตรึงอัตราค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน
- มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการภาคขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน โดยการให้เงินสนับสนุนกลุ่มต่างๆ เช่น ไรเดอร์ รถตู้ และรถบรรทุก
- บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เตรียมเพิ่มเที่ยวรถเสริมและพ่วงตู้โดยสาร เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการและยืนยันว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งถือเป็นพลังงานหลักที่ประชาชนใช้ในภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 50.54 บาทต่อลิตร (ข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2569) สร้างแรงกระเพื่อมต่อค่าครองชีพและต้นทุนสินค้าเป็นวงกว้าง โดยปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ กดดันราคาพลังงานในตลาดโลก
ทั้งนี้การปรับขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ อาทิ การตรึงอัตราค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญดังกล่าว
คมนาคมตรึงค่าโดยสาร
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนจะไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อลดภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องเดินทาง ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ดำเนินการนำเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) มาใช้ในการสนับสนุนและชดเชยส่วนต่างที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในส่วนนี้เอง
ส่วนมาตรการช่วยภาคขนส่งสาธารณะที่ได้รับผลกระทบ หลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาในหลายมิติเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นภาคการขนส่งสินค้าหรือขนส่งมวลชน ซึ่งจะพิจารณาตามความเดือดร้อนของแต่ละภาคส่วนที่ไม่เท่าเทียมกัน เนื่องจากสภาวะราคาน้ำมันที่ขยับตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการปรับเพิ่มเกณฑ์การช่วยเหลือ และรัฐบาลจะเข้าไปอุดหนุนในรูปแบบใด
“ขณะนี้งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด จำเป็นต้องหารือและทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อสรุปเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ชดเชยหรือช่วยเหลือ ในแต่ละส่วน คาดว่าจะประกาศมาตรการต่างๆ ออกมาทันที หลังการแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วเสร็จ” นายพิพัฒน์ กล่าว
เยียวยาภาคขนส่งกลุ่มเปราะบาง
ล่าสุดรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคขนส่ง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในภาคขนส่งนี้อย่าง ไรเดอร์ ,กลุ่มรถโดยสารหมวด 4 อาทิ รถตู้ และ กลุ่มรถบรรทุกป้ายเหลือง แบ่งเป็น กลุ่มไรเดอร์ (Rider) จำนวน 114,653 คัน รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อเดือน กลุ่มรถโดยสารหมวด 4 (รถตู้) จำนวน 19,414 คัน รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อวัน, รถโดยสารหมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย 4 บาทต่อลิตร, กลุ่มรถบรรทุก (ป้ายเหลือง 70) และกลุ่มรถบรรทุกขนส่งสินค้า จำนวน 287,175 คัน รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายค่าน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ตามการวิ่งจริงจากระบบ GPS
นอกจากนี้ยังมีมาตรการเยียวยาภาคขนส่ง กลุ่มไรเดอร์และขนส่งสาธารณะ รถบรรทุก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2569 ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายตามการวิ่งจริงโดยจะมีการตรวจจับ (Tracking) จากระบบติดตามของกรมการขนส่งทางบกที่มีอยู่แล้ว จะไม่ใช่การเหมาจ่าย ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่มี GPS จะมีการนำระบบ QR Code ติดที่รถ เพื่อทำการแท็กข้อมูลแทนในการตรวจจับการให้บริการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
บขส.ยันไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า หลังจาก บขส.ได้ประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในเส้นทางต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อรองรับประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก นั้น สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 9-19 เมษายน 2569 รวม 10 วัน บขส. คาดการณ์ว่า จะมีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ 2568 ประมาณ 10%
ทั้งนี้เที่ยวไปวันที่ 9-12 เมษายน 2569 คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางวันละ 160,000-180,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) วันละ 7,000 เที่ยว ส่วนเที่ยวกลับวันที่ 16- 19 เมษายน 2569 คาดว่ามีผู้โดยสารเดินทางวันละ 120,000 คน ใช้รถโดยสาร ซึ่งเป็นรถบริษัทฯ และรถร่วมฯ วันละ 6,000 เที่ยว โดยบขส.ได้เตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) หรือรถเสริมจำนวน 1,200 คัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ ยืนยันไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
ขณะนี้ยอดจองตั๋วออนไลน์ประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
แหล่งข่าวจากบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า มีประชาชนจองตั๋วออนไลน์เที่ยวไป ช่วงวันที่ 9 -12 เม.ย.2569 ประมาณ 23,000 คน และเที่ยวกลับ ช่วงวันที่ 16-19 เม.ย.2569 ประมาณ 13,000 คน รวมยอดจองตั๋วออนไลน์ ไป-กลับ ทั้งหมดประมาณ 36,000 คน
ส่วนจำนวนเที่ยววิ่ง เที่ยวไป ช่วงวันที่ 9 - 12 เม.ย.2569 ประมาณ 900 เที่ยววิ่ง และเที่ยวกลับ ช่วงวันที่ 16 -19 เม.ย.2569 ประมาณ 500 เที่ยววิ่ง รวมเที่ยว ไป-กลับ ทั้งหมดประมาณ 1,400 เที่ยววิ่ง โดยยอดจองออนไลน์เต็มทุกที่นั่ง ซึ่งประชาชนที่ต้องการจองตั๋วเพื่อเดินทางสามารถซื้อตั่วเที่ยวเสริมได้ที่บขส.
รถไฟเตรียมความพร้อม
ขณะที่การเตรียมความพร้อมระบบรางรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า (D-Ticket) พบว่ามียอดการสำรองที่นั่งรถไฟเที่ยวปกติเต็มทุกที่นั่งในขบวนรถ 100% ขณะที่ขบวนรถเสริมที่นั่งไฟใกล้เต็มแล้ว
ทั้งนี้จากการประมาณกาผู้โดยสารและการจัดเที่ยวรถรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 1 -19 เมษายน 2569 พบว่าจะมีปริมาณผู้เดินทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 981,752 คน โดยแบ่งเป็นการใช้บริการในขบวนรถปกติจำนวน 977,292 คน และผู้โดยสารในขบวนรถเสริมพิเศษอีก 4,460 คน
อย่างไรก็ดีช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่นที่สุดจะอยู่ในวันที่ 11 เมษายน 2569 คาดการณ์ผู้โดยสารพุ่งสูงถึง 109,796 คน และวันที่ 12 เมษายน 2569 จำนวน 107,809 คน
สำหรับการบริหารจัดการเที่ยววิ่งเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ รายงานข่าวจากรฟท.กล่าวต่อว่า รฟท. ได้จัดขบวนรถให้บริการรวมทั้งสิ้น 2,116 เที่ยววิ่ง แบ่งเป็นขบวนรถปกติ 2,100 เที่ยววิ่ง และขบวนรถเสริมพิเศษ 16 เที่ยววิ่ง ดังนี้ สายใต้ มีจำนวนเที่ยววิ่งมากที่สุดรวม 628 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารประมาณ 286,432 คน ด้านสายตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเที่ยววิ่งรวม 480 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารประมาณ 258,032 คน
ส่วนสายเหนือ จัดเที่ยววิ่งรวม 368 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารประมาณ 230,442 คน ส่วนสายตะวันออก จัดเที่ยววิ่งปกติ 220 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารประมาณ 122,468 คน และสายแม่กลองได้จัดเที่ยววิ่งปกติ 420 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารประมาณ 84,378 คน
รายงานข่าวจากรฟท.ระบุอีกว่า ส่วนของสถานการณ์ยอดจองตั๋วโดยสารล่าสุด ณ วันที่ 3 เมษายน 2569 ขบวนรถยอดนิยมในเส้นทางระยะไกลถูกจองหมดทุกที่นั่ง โดยเฉพาะขบวนที่ 5 (กรุงเทพอภิวัฒน์- เชียงใหม่) และขบวนที่ 6 (เชียงใหม่- กรุงเทพอภิวัฒน์) ในช่วงวันที่ 10, 12, 15 และ 17 เมษายน 2569 ซึ่งที่นั่งประเภทนอนแอร์ชั้น 1 และชั้น 2 ทั้งเตียงบนและเตียงล่างมีสถานะเต็มทุกที่นั่ง
ขณะที่ขบวนรถเสริมพิเศษสายใต้ ขบวน 983/984 (กรุงเทพอภิวัฒน์ - ยะลา) ยอดจองเต็มเกือบทุกวันเช่นกัน เหลือเพียงที่นั่งว่างบาง
ส่วนในชั้นนอนแอร์ชั้น 2 เตียงบนของวันที่ 16 เมษายนเท่านั้น สำหรับขบวนรถเสริมพิเศษสายตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวน 973 (กรุงเทพอภิวัฒน์-นครราชสีมา) ในวันที่ 11 เมษายน 2569 เหลือที่นั่งแอร์ชั้น 2 เพียง 2 ที่นั่ง และวันที่ 12 เมษายน เหลือเพียง 44 ที่นั่ง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเดินทางที่สูงมากในช่วงเทศกาลดังกล่าว
ทั้งนี้ รฟท. ได้ดำเนินการตามมาตรการอำนวยความสะดวกโดยการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มเติมไปกับขบวนรถประจำที่ให้บริการอยู่ 210 ขบวนต่อวัน ให้เต็มกำลังลากจูงสูงสุด เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่ไม่ได้สำรองตั๋วล่วงหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มรถนั่งชั้น 3
อย่างไรก็ดีผู้โดยสารตรวจสอบสถานะที่นั่งว่างผ่านระบบ D-Ticket หรือเคาน์เตอร์สถานีทั่วประเทศอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจมีตั๋วหลุดจองในบางช่วงเวลา







