
กรมทางหลวง ผุด 3 บิ๊กโปรเจ็กต์เฉียดแสนล้าน ชงรัฐบาลใหม่ไฟเขียว
กรมทางหลวง จ่อชง ครม.ใหม่อนุมัติ 3 บิ๊กโปรเจ็กต์ วงเงินรวมกว่า 9.9 หมื่นล้านบาท เร่งเครื่องมอเตอร์เวย์นครปฐม-ปากท่อ ปลุกวงแหวนหาดใหญ่ ดันแนวคิดถนนเลียบคลองระบายน้ำ ดึงญี่ปุ่น ร่วมทีมบอร์ดบริหารจัดการน้ำ หวังแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ หนุนสายตะวันออกเชื่อมทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา
KEY
POINTS
- กรมทางหลวงเตรียมเสนอ 3 โครงการขนาดใหญ่ มูลค่ารวมเกือบ 1 แสนล้านบาท ให้รัฐบาลใหม่พิจารณาอนุมัติ
- โครงการหลักประกอบด้วย มอเตอร์เวย์ M8 (นครปฐม-ปากท่อ) วงเงิน 5.4 หมื่นล้านบาท และถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ วงเงิน 4.1 หมื่นล้านบาท
- โครงการวงแหวนหาดใหญ่จะมีการก่อสร้างคลองระบายน้ำขนานไปกับถนนเพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่
- อีกหนึ่งโครงการคือถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 3 ด้านตะวันออก ระยะทาง 13.6 กม. เพื่อเชื่อมต่อกับทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมฯมีแผนจะเสนอรัฐบาลใหม่เพื่อผลักดันโครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) หมายเลข 8 หรือ M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ระยะ(เฟส) ที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 54,562 ล้านบาท
ทั้งนี้โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ ที่ผ่านมากรมฯได้เสนอโครงการต่อกระทรวงคมนาคมแล้ว ซึ่งทางกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ได้ตอบกลับมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว ซึ่งไม่มีข้อติดขัดใด แต่อยู่ระหว่างรอความคิดเห็นจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่ยังมีข้อกังวลเรื่องแหล่งเงิน และรูปแบบการดำเนินการ หลังจากนั้นจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป
สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์ M8 วงเงิน 54,562 ล้านบาท แบ่งเป็น จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,400 ล้านบาท และก่อสร้างงานโยธา 40,162 ล้านบาท การก่อสร้างแบ่งเป็น 2 เฟส ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ตลาดจินดา ระยะทาง 11 กม. วงเงิน 10,509 ล้านบาท ใช้งบประมาณจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง
อย่างไรก็ดีเมื่อได้รับการอนุมัติจาก ครม.แล้ว สามารถออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนได้ 8 เดือน ส่งผลให้แผนการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2571 จากเดิมที่จะก่อสร้างภายในปี 2570-2573
ส่วนระยะที่ 2 ช่วงตลาดจินดา-ปากท่อ ระยะทาง 50 กม. วงเงิน 29,653 ล้านบาท ขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2571 ก่อนดำเนินการก่อสร้างปี 2571-2574 และติดตั้งงานระบบและการบำรุงรักษา(O&M) และที่พักริมทาง ในปี 2573-2575 คาดว่าจะแล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการได้ทั้ง 2 ระยะ ภายในปี 2576
นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า 2.โครงการวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ อ.เมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ระยะทาง 66.84 กม. วงเงินรวม 45,305 ล้านบาท ที่ผ่านมาโครงการได้เริ่มก่อสร้างแล้ว 7.18 กม. แล้ว โดยเปิดให้บริการปี 2570
ส่วนระยะที่เหลือของโครงการวงแหวนหาดใหญ่ที่เหลือ 59.66 กม. วงเงิน 41,927 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 25,865 ล้านบาท และค่าเวนคืน 18,062 ล้านบาท ปัจจุบันกรมฯ เตรียมรายละเอียดโครงการเรียบร้อยแล้ว
“เรามีแนวคิดจะผลักดันเรื่องการบริหารจัดการน้ำ โดยการทำคลองระบายน้ำขนานกับแนวถนนควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยผันน้ำออกจากพื้นที่เมืองไปลงแหล่งน้ำต่างๆ ได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่” นายปิยพงษ์ กล่าว
ขณะเดียวกันกรมฯจะเสนอกระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการดำเนินงานเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ โดยจะเชิญผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(JICA) และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (MLIT) เข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้หลังจากการตั้งคณะกรรมการฯแล้ว ประเมินว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 90 วัน ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควบคู่กับโครงการวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ภายในปีนี้
นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า หากครม.เห็นชอบแล้ว จะเริ่มเวนคืนจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินภายในปี 2570 ซึ่งแบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ปี ช่วงบ้านควนจง-บ้านพรุ ระยะทาง 6.61 กม. และช่วงสนามบิน-บ้านบางกล่ำ ระยะทาง 18.07 กม. จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2571 ก่อนเปิดให้บริการในปี 2575
ด้านระยะที่ 2 ช่วงบ้านบางกล่ำ-บ้านทุ่งน้ำ ระยะทาง 17.44 กม. และช่วงบ้านทุ่งน้ำ-บ้านควนจง ระยะทาง17.54 กม. จะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2576 และเปิดให้บริการในปี 2580
3.โครงการมอเตอร์เวย์ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันออก ตอน แยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 305 (ถนนรังสิต-นครนายก ประมาณ กม.25+850) – บรรจบทางหลวงหมายเลข 3312 (ถนนลำลูกกา ประมาณ กม.25+000) ระยะทางรวม 13.6 กม. เชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษ(ด่วน)ช่วงจตุโชติ – ลำลูกกา ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)





