
ภาคประชาชน ยื่นค้าน ร่าง พ.ร.บ.บันเทิงครบวงจร จี้สอบจริยธรรมรัฐบาล
เครือข่ายประชาสังคม 100 องค์กร ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องสส. ปฏิเสธการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ที่มีกาสิโนบังคับ พร้อมจีให้ตรวจสอบจริยธรรมนายกฯและครม. ที่เกี่ยวข้อง
วันนี้ (2 เม.ย.) นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ในฐานะตัวแทน 100 องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการบรรจุเข้าสู่ระบบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 3 เมษายนนี้แล้วว่า
จากการที่รัฐบาล พยายามผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยอาการรีบร้อน เร่งรัดมากจนผิดสังเกต และตัดสินใจเดินหน้า กระทำสิ่งที่ฝืนกระแสคัดค้านของสังคม และอาจเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ ซึ่งเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กรมีความเห็นว่า การกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นการกระทำที่อสัตย์ อ้างส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น และบังคับให้ต้องมีกาสิโน และร่างกฎหมาย ก็มีการเขียนข้อกำหนดไว้อย่างหละหลวม และการผลักดันนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ เนื่องจากไม่ได้มีการหาเสียงไว้กับประชาชน และยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างรอบด้านเพียงพอ
รวมถึงนโยบายการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีคาสิโนเป็นภาคบังคับนั้น ก็เป็นความเห็นแก่ได้ของรัฐบาล ที่คำนึงแต่เรื่องรายได้ทางเศรษฐกิจอย่างอับจนปัญญาที่จะหาวิธีอื่นที่สร้างสรรค์ ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่มากพอ และนำอนาคตของสังคมไทยไปเสี่ยง ไร้มาตรการในการปกป้องสังคมที่วางใจได้ ดังนั้น เครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร
จึงขอเรียกร้องต่อรัฐสภา และพรรคการเมืองทุกพรรค ให้ปฏิเสธการรับร่างพระราชบัญญัตินี้เข้าสู่การพิจารณา และเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้าน ดำเนินการยับยั้งกฎหมายที่ไม่เป็นคุณต่อสังคม และยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ ภาคประชาชน กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ เพื่อให้รัฐบาลจัดการออกเสียงประชามติในประเด็นนี้ หรือขอให้ฝ่ายค้าน ได้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรให้รัฐบาลจัดการออกเสียงประชามติในเรื่องนี้โดยช่วยเหลือภาคประชาชนททางหนึ่ง
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะตัวแทนนิสิต นักศึกษา และนักวิชาการส่วนหนึ่ง ที่คัดค้านร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เห็นว่า การที่รัฐบาลเร่งรีบผลักดันเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอทเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนด้วยนั้น ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อม และยังไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ และผลกระทบอย่างรอบด้านเพียงพอ
ซึ่งผลการศึกษาที่ผ่านมา การมีกาสิโนรีสอร์ท ในนิวเจอซีย์ สหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ร้านค้าปลีกรายย่อยต้องปิดตัวลงอย่างมากมาแล้ว
ดร.ชิดตะวัน ยังได้ยื่นขอให้สมาชิกรัฐสภา ได้ตรวจสอบจริยธรรมข้าราชการทางการเมืองนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่าเข้าขาดกระทำผิดประมวลจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ด้วย เพราะการที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนขัดแย้งกันเอง ถึงวัตถุประสงค์ของเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์
มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง บิดเบือนข้อมูล หรือปกปิดข้อมูลข้อมูล เข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขัดต่อประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง ข้อ 5 (5) บิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพื่อผลประโยชน์ สำหรับตนเองหรือผู้อื่น
และข้อ 6 (5) ไม่เปิดเผยหรือให้ข้อมูลข่าวสารอันอยู่ในความรับผิดชอบของตน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และ ไม่บิดเบือน แก่ประชาชน






