thansettakij
thansettakij
SMR ไทยพร้อมแค่ไหน? ในสายตาผู้กำกับดูแล : สัมภาษณ์พิเศษ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการ ปส.

SMR ไทยพร้อมแค่ไหน? ในสายตาผู้กำกับดูแล : สัมภาษณ์พิเศษ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการ ปส.

04 พ.ย. 69 | 13:10 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ย. 69 | 17:50 น.

ปส. ในฐานะผู้กำกับดูแล ดึง IAEA–สหรัฐฯ เปิดเวทีถอดโมเดลการเงิน SMR จากโรงแรก (FOAK) สู่โรงถัดไป (NOAK) ชี้ไม่ได้มีหน้าที่หาผู้ลงทุน แต่ต้องมั่นใจว่าใครก็ตามที่ลงทุน "มีเงินพอจะปลอดภัย" ไปอีก 60–70 ปี ขณะที่กฎหมายหลักพร้อม กำลังคนพอสำหรับโรงแรก แต่ไม่พอสำหรับเป้าหมาย 9,000 เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ถูกบรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) สูงสุด 9,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2593 แต่คำถามที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่ "ปลอดภัยหรือไม่" หากเป็น "ใครจะจ่าย และจ่ายไหวตลอดอายุโรงไฟฟ้าหรือไม่"

ผลประเมินความพร้อมของไทยตามกรอบ 19 ด้านของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า "เงินทุนและการจัดหาเงินลงทุน" เป็น 1 ใน 3 ด้านที่ต้องเร่งแก้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จึงร่วมกับ IAEA และกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ IAEA–United States Regional Workshop on Scaling SMR Deployment: From FOAK to NOAK Financing Models ระหว่างวันที่ 2–6 พฤศจิกายน 2569 ที่กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมราว 70 คน ในจำนวนนี้ราว 45 คนเป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอาเซียน

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

"ฐานเศรษฐกิจ" สัมภาษณ์พิเศษ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าทำไมหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยต้องลงมาคุยเรื่องโมเดลการเงิน คำตอบของเขาคือ สำหรับผู้กำกับดูแล ความพร้อมทางการเงินของผู้ประกอบการคือส่วนหนึ่งของความปลอดภัย

ไฟฟ้าต้องพอ อากาศต้องสะอาด: โจทย์คู่ที่พาไทยมาสู่ SMR

ฐานเศรษฐกิจ: ทำไมไทยต้องเตรียมความพร้อมเรื่อง SMR ตั้งแต่ตอนนี้

นพ.รุ่งเรือง: เราเดินหน้าภายใต้คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) ซึ่งมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธาน โดย ปส. เป็นฝ่ายเลขานุการ เหตุผลมีสองข้อ ข้อแรกคือความต้องการไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นมาก วันนี้ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 40,000 เมกะวัตต์ อีก 10 ปีข้างหน้าเราคาดว่าอาจขึ้นไปถึงราว 100,000 เมกะวัตต์ จากระบบดิจิทัลและการใช้ไฟในอุตสาหกรรมทุกภาคส่วน ขณะที่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังมาจากก๊าซและเชื้อเพลิงที่ไม่สะอาด ส่วนน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ยังมีสัดส่วนไม่มาก

ข้อสองคือไทยเดินหน้าสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero ร่วมกับทั่วโลก ปัญหา PM 2.5 โรคทางเดินหายใจ มะเร็ง และภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ล้วนเชื่อมโยงกับพลังงานที่ไม่สะอาด เมื่อเดินหน้าสองเรื่องนี้พร้อมกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต้องมีไฟฟ้าฐาน (Baseload) ที่สะอาด มั่นคง และยั่งยืน ซึ่งคือพลังงานนิวเคลียร์ เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กไม่ใช่ของใหม่ หลักการเดียวกันถูกพัฒนาและใช้งานในเรือดำน้ำและเรือบรรทุกเครื่องบินมาหลายสิบปี

ทั้งนี้ พนส. ย้ำไว้ในการประชุมเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นการ "เตรียมความพร้อมล่วงหน้า" ยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องสถานที่ก่อสร้างหรือเทคโนโลยีที่จะใช้

ผู้กำกับดูแล ไม่ใช่ผู้หาเงินลงทุน

ฐานเศรษฐกิจ: ปส. เป็นหน่วยงานกำกับดูแล ทำไมต้องมาเป็นเจ้าภาพเวทีเรื่องโมเดลการเงิน

นพ.รุ่งเรือง: บทบาทของ ปส. แยกชัดเจนครับ หนึ่ง เรากำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยทั้งภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน สอง ในฐานะเลขานุการ พนส. เราขับเคลื่อนนโยบายการใช้พลังงานปรมาณูในทางสันติ ทั้งสองบทบาทอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน คือความปลอดภัย มาตรฐาน และประโยชน์ของประชาชน

เงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งคือความพร้อมทางการเงิน ถ้าผู้ประกอบการขาดความพร้อมตรงนี้ จะกระทบต่อการดูแลระบบความปลอดภัย การจัดการกากกัมมันตรังสีไปอีก 60–70 ปีข้างหน้า และประโยชน์สูงสุดของประชาชน ลองคิดดูนะครับ ถ้าบริษัทที่มาลงทุนไม่มั่นคง ทำไปแล้วอยู่ๆ เลิก สิ่งที่ทิ้งไว้จะเป็นอย่างไร กองทุนที่ดูแลตลอดอายุโรงไฟฟ้าจึงสำคัญมาก เราไม่ได้กำกับแค่ตัววิทยาศาสตร์ แต่กำกับมิติคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจด้วย

กล่าวอีกนัยหนึ่ง สำหรับ ปส. เรื่องเงินไม่ใช่การชักชวนการลงทุน แต่เป็นเกณฑ์ที่ผู้กำกับดูแลต้องตรวจ งานส่งเสริมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน SMR นั้น พนส. มอบให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นแกนหลัก

ฐานเศรษฐกิจ: ภาระทางการเงินที่ผู้ประกอบการต้องแบก มีอะไรบ้าง

นพ.รุ่งเรือง: ไม่ใช่แค่ค่าก่อสร้างครับ ยังมีภาระที่ตามมาอีกหลายชั้น

  • ความรับผิดตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยจะเข้าร่วม
  • การซื้อประกันและกองทุนประกันความเสียหาย
  • กองทุนจัดการกากกัมมันตรังสีและเชื้อเพลิงใช้แล้ว
  • กองทุนดูแลตลอดอายุการใช้งานไปจนถึงการรื้อถอน

โรงไฟฟ้าโรงแรกยากที่สุด ทั้งความเข้าใจของประชาชน ความต่อเนื่องทางนโยบาย และตัวเลขการเงินที่ช่วงแรกอาจไม่คุ้มทุน ถ้าคิดจากค่าไฟอย่างเดียว พลังงานสะอาดแทบทุกชนิดจะดูไม่คุ้ม ผมในฐานะแพทย์พูดทุกเวทีว่าต้องมองมิติสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางพลังงานด้วย ถ้าเน้นแค่ถูกและคุ้ม ก็ต้องกลับไปใช้ฟอสซิลซึ่งมีต้นทุนแฝงตามมามากมาย

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

เวที FOAK–NOAK: ดึงคนถือกระเป๋าเงินมานั่งโต๊ะเดียวกัน

ฐานเศรษฐกิจ: เวทีครั้งนี้เน้นอะไร และใครเข้าร่วม

นพ.รุ่งเรือง: เราระดมผู้เชี่ยวชาญจาก IAEA และสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ผู้เข้าร่วมมาจากอาเซียน ฝั่งไทยมีสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นหลักในการดูแลโรงไฟฟ้าโรงแรก รวมถึงเอกชนที่สนใจ เนื้อหาเน้นโมเดลการลงทุนสองช่วง คือ First-of-a-Kind (FOAK) หรือโรงแรก กับ Nth-of-a-Kind (NOAK) หรือโรงถัดๆ ไป รวมถึงแนวทางระดมทุน และการสนับสนุนจากต่างประเทศและภาครัฐ

โรงแรกคือโจทย์ที่หนักที่สุด เพราะความเสี่ยงและต้นทุนเริ่มต้นสูง หากจัดโครงสร้างทุนโรงแรกได้ดี โรงถัดไปจะเดินได้ง่ายขึ้นมาก

ฐานเศรษฐกิจ: ปส. คาดหวังอะไร และไทยกับอาเซียนจะได้อะไร

นพ.รุ่งเรือง: สิ่งสำคัญคือการนำความรู้ ประสบการณ์ และต้นแบบที่ใช้ได้ดีทั่วโลกมาใช้ รวมถึงสหรัฐฯ ที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวนมาก และกำลังมองไปถึงเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กในมหาวิทยาลัยและชุมชน เทคโนโลยีกำลังก้าวกระโดด เราต้องพร้อม

นี่คือการขับเคลื่อนระดับประเทศ นอกจากภาคพลังงาน เราอยากให้หน่วยงานการเงินการคลัง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ รวมถึงภาคเอกชน มาเรียนรู้ไปด้วยกัน แล้วมองทางออกให้ประเทศ การลงทุนคิดจากค่าไฟอย่างเดียวไม่ได้ จะเลือกแค่ทางที่ค่าไฟถูกที่สุดไม่ได้ ต้องมองสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของพลังงานฐานด้วย

ตามกำหนดการ เวทีจัดที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น จตุจักร ช่วงวันที่ 2–3 พฤศจิกายนเป็นเวทีระดับสูง ส่วนวันที่ 4–6 พฤศจิกายนเจาะลึกเทคนิคและการเงิน วิทยากรมาจากหน่วยงานสหรัฐฯ เช่น กระทรวงการคลัง US EXIM USTDA และ Argonne National Laboratory ร่วมกับสถาบันการเงินพหุภาคีอย่างธนาคารโลก IFC และ ADB

SMR ไทยพร้อมแค่ไหน? ในสายตาผู้กำกับดูแล : สัมภาษณ์พิเศษ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการ ปส.

ฐานเศรษฐกิจ: นอกจากเงินทุน กฎหมายที่จะใช้กำกับดูแล SMR พร้อมแค่ไหน

นพ.รุ่งเรือง: ในส่วนที่ ปส. รับผิดชอบ เรียกได้ว่าเกือบเสร็จหมดแล้วครับ กฎหมายหลักมีสองฉบับ ฉบับแรกคือ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้อยู่แล้วและเป็นเสาหลัก ฉบับที่สองคือร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายจากนิวเคลียร์ ที่ ปส. ดำเนินการจนผ่าน พนส. เรียบร้อย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะรัฐมนตรีก่อนเสนอสภา ควบคู่กับการประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเข้าร่วมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และรับฟังความเห็นประชาชนเพิ่มเติมอีกครั้ง

งานที่ต้องทำต่อคือกฎหมายลูก เพราะเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์มีหลายแบบ ทั้งแบบใช้น้ำ แบบเกลือหลอมเหลว และแบบอื่นๆ กฎหมายลูกจะใช้แบบ "เสื้อโหล" กับทุกแบบไม่ได้ เมื่อประเทศเลือกเทคโนโลยีแล้ว เจ้าหน้าที่เทคนิคระดับสูงทั้งไทยและต่างประเทศต้องดูว่าจะกำกับดูแลให้ปลอดภัยด้วยมาตรฐานอย่างไร จากนั้นจึงออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบรองรับ ตัวที่ยากที่สุดคือกฎกระทรวง ซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการและ ครม. เราร่างเตรียมไว้เกือบทั้งหมด พร้อมเดินหน้าได้ทันที

สังเกตได้ว่าใน 19 มาตรฐาน เรื่องกฎหมายไม่ได้ติดสีแดง แต่เป็นสีเหลืองค่อนไปทางเขียวครับ

ประเมินกำลังคนรองรับ SMR ตามร่าง PDP2026

ฐานเศรษฐกิจ: บุคลากรทั้งฝั่งผู้ปฏิบัติงานและฝั่งผู้กำกับดูแลพร้อมแค่ไหน

นพ.รุ่งเรือง: ถ้าถามว่าโรงไฟฟ้าโรงแรกขนาด 300 เมกะวัตต์ คนพอไหม ทั้งคนที่ไปทำงานและคนที่กำกับดูแล ตอบว่าพอครับ แต่ถ้าเดินหน้าต่ออีก 8,700 เมกะวัตต์ในทศวรรษถัดไป ไม่พอแน่นอน

เราประเมินว่าโรงขนาด 300 เมกะวัตต์ใช้เจ้าหน้าที่ไม่ต่ำกว่า 500 คน นี่คือขั้นต่ำ และไม่ใช่แค่วิศวกรนิวเคลียร์ ยังมีวิศวกรโยธา วิศวกรไฟฟ้า บุคลากรระดับอาชีวศึกษา และสหสาขาวิชาชีพ ส่วนฝั่งผู้กำกับดูแล แต่ละยูนิตต้องมีเจ้าหน้าที่ ปส. ประจำไม่ต่ำกว่า 10 คน

เราจึงตั้งสถาบันพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการกำกับดูแล (Nuclear Regulatory Academy) เป็นหน่วยงานหลัก ตอนนี้พร้อมแล้ว กำลังอบรมและสร้างคนที่จะไปกำกับดูแลทุกโรงไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้น เราทำวันนี้เพื่อ 10 ปีข้างหน้า ถ้าไปเริ่มตอนนั้นจะไม่ทัน และต้องนำเข้าบุคลากรจากต่างประเทศเหมือนบางประเทศ ซึ่งไทยไม่อยากเป็นเช่นนั้น

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ความปลอดภัยและระบบเฝ้าระวัง: "ไม่จำเป็นต้องเชื่อผม แต่เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน"

ฐานเศรษฐกิจ: SMR ต่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่อย่างไร และหากเกิดเหตุฉุกเฉินไทยพร้อมแค่ไหน

นพ.รุ่งเรือง: SMR เป็นผลของการเรียนรู้จากโรงไฟฟ้ารุ่นเก่า ตัวเครื่องขนาดเล็ก ผลิตสำเร็จจากโรงงานแล้วยกมาติดตั้ง ระบบความปลอดภัยเป็นแบบ Passive Safety ควบคุมอุณหภูมิด้วยแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า มีระบบป้องกันดิจิทัลที่มนุษย์สั่งการแทนได้ และออกแบบให้หากเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายจะจำกัดอยู่ในตัวภาชนะเหล็กกล้าและพื้นที่โดยรอบไม่มาก ราว 1 กิโลเมตร

ฝั่ง ปส. มีระบบเฝ้าระวังทั้งเชิงรับและเชิงรุก เชิงรับคือสถานีเตือนภัยทางรังสี 23 สถานีทั่วประเทศ ตรวจจับได้แม้มีวัสดุกัมมันตรังสีชิ้นเดียวหลุดรอดเข้ามาในประเทศ เชิงรุกคือรถปฏิบัติการเคลื่อนที่ โดรน และหุ่นยนต์ที่เข้าไปสำรวจพื้นที่ต้องสงสัย นอกจากนี้ยังเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่จะก่อสร้างล่วงหน้า แล้วเก็บซ้ำตลอดเพื่อดูว่ามีสิ่งใดหลุดรอดออกมาหรือไม่ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้คือตัว backup ที่สำคัญในการดูแลประชาชน

ฐานเศรษฐกิจ: อยากฝากอะไรถึงประชาชนที่ติดตามเรื่อง SMR

นพ.รุ่งเรือง: ความกลัวคำว่านิวเคลียร์ฝังอยู่ในใจเรามานาน ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็รู้สึกเช่นนั้น เราเห็นภาพระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมะและนางาซากิ เห็นอุบัติเหตุเชอร์โนบิลและฟุกุชิมะ ภาพเหล่านี้ติดตาตรึงใจจริงๆ แต่ในโลกความเป็นจริง ยังมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกมากทั่วโลกที่เดินเครื่องอย่างปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดมลพิษเมื่อเทียบกับถ่านหินและน้ำมัน

ผมไม่ได้ขอให้เชื่อผม หรือเชื่อว่าสิ่งนี้ดี แต่ท่านมีสิทธิ์เข้ามาเรียนรู้ร่วมกันและให้ความเห็น ปส. พร้อมให้ข้อมูลจริงด้วยความสุจริต และพร้อมรับฟังพี่น้องประชาชนบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อเดินหน้าไปสู่ความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ สังคม และที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน