thansettakij
thansettakij
ไทยจ่อดึงก๊าซ A6 จากเมียนมาเพิ่ม เสริมแหล่งพลังงานใหม่ ลดเสี่ยงพึ่งพา LNG

ไทยจ่อดึงก๊าซ A6 จากเมียนมาเพิ่ม เสริมแหล่งพลังงานใหม่ ลดเสี่ยงพึ่งพา LNG

30 ต.ค. 69 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 04:21 น.

เปิดยุทธศาสตร์ก๊าซไทย ลุ้น A6 เมียนมาเสียบแทนแหล่งเยตากุนที่ผลิตลดลง เพื่อทางเลือกเชื้อเพลิง จ่อเชื่อมท่อเดิมป้อนโรงไฟฟ้าไทย รับความต้องการใช้ไฟฟ้า

KEY

POINTS

  • ไทยเตรียมจัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจากแหล่ง A6 ในเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งใหม่ที่มีศักยภาพ
  • มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่นำเข้าทางเรือ
  • อาจสามารถใช้ประโยชน์จากโครงข่ายท่อส่งก๊าซเดิมทางฝั่งตะวันตกของประเทศในการขนส่งก๊าซมายังโรงไฟฟ้า

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อจัดหาปริมาณก๊าซจากเมียนมาเพิ่มเติมในแหล่งก๊าซแห่งใหม่ ซึ่งบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เคยสำรวจไว้แล้วว่ามีศักยภาพที่จะนำเข้ามาเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและสามารถเตรียมผลิตได้เลย 

อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้ได้มอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ติดตามรายละเอียดของแหล่งก๊าซดังกล่าว โดยยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะเริ่มนำก๊าซเข้ามาใช้ได้เมื่อใด เนื่องจากต้องพิจารณาขั้นตอนการพัฒนาแหล่งผลิตและความพร้อมด้านต่าง ๆ ประกอบกัน 

นอกจากนี้ การพัฒนาแหล่งก๊าซใหม่จำเป็นต้องมีความชัดเจนทั้งในด้านศักยภาพการผลิต เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง และความพร้อมในการนำก๊าซขึ้นมาใช้ประโยชน์ ก่อนกำหนดแผนจัดหาและนำเข้าอย่างเป็นรูปธรรม

รับความต้องการโรงไฟฟ้า-อุตสาหกรรม

อีกทั้งการนำเข้าก๊าซธรรมชาติผ่านท่อจากเมียนมาเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจัดหาเชื้อเพลิง โดยไม่ต้องขนส่งก๊าซในรูปของเหลวทางเรือเหมือน LNG ก๊าซจากเมียนมาจึงมีบทบาทต่อการรองรับความต้องการใช้ก๊าซของโรงไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม 

“ปริมาณก๊าซที่สามารถนำเข้าได้ยังขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตของแหล่งก๊าซ เงื่อนไขการส่งมอบ และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศผู้ผลิต”

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า แหล่งก๊าซ A6 ซึ่งอยู่ในเมียนมาและอยู่ใกล้กับแหล่งเยตากุน โดยแหล่งดังกล่าวเป็นแหล่งใหม่ที่กำลังพิจารณา แม้จะมีข้อมูลการสำรวจที่บ่งชี้ถึงศักยภาพของแหล่งก๊าซ แต่ยังต้องพิจารณาความพร้อมด้านการผลิตและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนกำหนดกรอบเวลานำก๊าซขึ้นมาใช้จริง หากสามารถนำก๊าซจากแหล่ง A6 มาใช้ได้ จะมีโอกาสใช้โครงข่ายท่อส่งก๊าซเดิมทางฝั่งตะวันตกของประเทศในการขนส่ง โดยก๊าซจะเข้าสู่ระบบเพื่อส่งต่อไปยังโรงไฟฟ้าราชบุรี และเชื่อมโยงกับระบบก๊าซในพื้นที่นครหลวง ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศไทย และอาจช่วยลดความจำเป็นในการลงทุนก่อสร้างระบบขนส่งใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังต้องขึ้นอยู่กับผลการศึกษาและความเหมาะสมของระบบท่อส่งก๊าซ รวมถึงแผนพัฒนาแหล่งผลิตในอนาคต

สำหรับโครงสร้างการจัดหาก๊าซธรรมชาติของประเทศไทย ปัจจุบันนำเข้าจากต่างประเทศ 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติที่ส่งผ่านท่อจากเมียนมา และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ขนส่งทางเรือจากตลาดโลก โดยก๊าซจากเมียนมาถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งเชื้อเพลิงสำคัญที่ใช้รองรับความต้องการของประเทศ ทั้งในภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม 

เพิ่มทางเลือกเชื้อเพลิงตลาดระหว่างประเทศ

ขณะที่ LNG ช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาเชื้อเพลิงจากตลาดระหว่างประเทศ แหล่งก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาก๊าซให้ประเทศไทย ได้แก่ ซอติก้า (Zawtika) ,ยาดานา (Yadana) และเยตากุน (Yetagun) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซในอ่าวเมาะตะมะของเมียนมา โดยแหล่งยาดานาและซอติก้าเป็นแหล่งสำคัญที่ส่งก๊าซให้ไทย ส่วนเยตากุนเป็นแหล่งก๊าซเดิมที่เคยส่งก๊าซให้ประเทศไทย แต่ข้อมูลที่มีระบุว่าปริมาณการผลิตลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีต และมีรายงานเกี่ยวกับการปิดหลุมผลิตบางส่วน 

สำหรับการนำเข้า LNG ประเทศไทยจัดหาจากตลาดโลกผ่านการขนส่งทางเรือ โดยมีประเทศผู้ส่งออกหลายแห่ง เช่น ออสเตรเลีย กาตาร์ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และโอมาน การจัดหาจากหลายประเทศช่วยให้ไทยมีทางเลือกในการบริหารปริมาณก๊าซให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ภายในประเทศและความพร้อมของแหล่งผลิตแต่ละแห่ง การนำเข้า LNG มีทั้งการซื้อภายใต้สัญญาระยะยาวและการซื้อในตลาดจร (Spot) ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาเชื้อเพลิง

โดยการซื้อผ่านสัญญาระยะยาวช่วยให้สามารถวางแผนปริมาณการจัดหาได้ล่วงหน้า ขณะที่การซื้อในตลาดจรเปิดโอกาสให้ปรับปริมาณนำเข้าตามความต้องการและสถานการณ์ในตลาด อย่างไรก็ตาม การจัดหา LNG ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดหาก๊าซและต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้าของไทย