thansettakij
thansettakij
ลดราคาน้ำมันทุกชนิดสูงสุด 35 สตางค์ 29 ต.ค. 69 ตัด’ต้นทุนทิพย์’ ปีละ 1 หมื่นล้าน

'เอกนัฏ' รื้อสูตรราคาน้ำมัน ตัดต้นทุนทิพย์หมื่นล้าน ลดสูงสุดพรุ่งนี้ 35 สต.

28 ต.ค. 69 | 08:01 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ต.ค. 69 | 08:06 น.

เอกนัฏ สั่งรื้อสูตรราคาน้ำมัน ดีเดย์ 29 ต.ค. 69 ตัดค่าขนส่ง ประกันภัยทิพย์ ลดภาระประชาชน 10,839 ล้านบาทต่อปี ดีเซล B7 รับอานิสงส์สูงสุด 6,795 ล้านบาทต่อปี

KEY

POINTS

  • ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 69 จะมีการปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด ณ โรงกลั่น สูงสุด 35 สตางค์ต่อลิตร ตามเกณฑ์คำนวณราคาใหม่
  • เป็นการตัด 'ราคาทิพย์' หรือต้นทุนสมมติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกจากโครงสร้างราคา เช่น ค่าขนส่งและประกันภัยเสมือนนำเข้าน้ำมันจากสิงคโปร์
  • การปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้ปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท และเป็นการแก้ปัญหาที่โครงสร้างอย่างถาวร

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกชนิดจะคำนวณตามหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่งถอดค่าใช้จ่ายสมมุติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกจากสูตรราคา ค่าใช้จ่ายเหล่านี้แฝงอยู่ในสูตรมาตั้งแต่ปี 2547 ที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดตั้งสูตรคำนวณโครงสร้างราคาน้ำมัน รวม 22 ปี การปรับครั้งนี้จะลดภาระประชาชนได้ 10,839 ล้านบาทต่อปี

ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันตัดต้นทุนทิพย์

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาราคา ณ โรงกลั่นของไทยอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ แล้วบวกค่าใช้จ่ายเสมือนว่าน้ำมันถูกขนส่งทางเรือจากสิงคโปร์มายังประเทศไทย ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่กลั่นในประเทศ หลักเกณฑ์ใหม่ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงยกเลิกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง (Freight, Insurance, Loss) ที่สมมุติจากเส้นทางสิงคโปร์ และปรับลดค่าสำรองน้ำมันเหลือ 2 ใน 3 ส่วน ให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริง

ลดราคาน้ำมันทุกชนิดสูงสุด 35 สตางค์ 29 ต.ค. 69 ตัด’ต้นทุนทิพย์’ ปีละ 1 หมื่นล้าน

 

ผลคือราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกประเภทลดลง 0.0875–0.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็นมูลค่า 29.70 ล้านบาทต่อวัน หรือ 10,839 ล้านบาทต่อปี ดีเซล B7 ซึ่งมีปริมาณใช้มากที่สุดได้ประโยชน์มากที่สุด โดยลดลง 0.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็น 6,795 ล้านบาทต่อปี รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ลดลง 0.3203 บาทต่อลิตร คิดเป็น 2,115 ล้านบาทต่อปี

“การอ้างอิงราคาตลาดโลกเพียงอย่างเดียวอาจเหมาะกับภาวะปกติ แต่ในภาวะวิกฤต สูตรดังกล่าวสร้างกำไรส่วนเกินที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน" 

กบง.ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 8 ครั้ง

นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 กบง. จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มีมติปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 8 ครั้ง เรียกเก็บผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นได้ 31,786 ล้านบาท ครอบคลุมดีเซลรวม 11,058 ล้านลิตร เมื่อรวมกับเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ดูแลราคาอีก 64,355 ล้านบาท รัฐได้ใช้เงินดูแลราคาน้ำมันให้ประชาชนแล้วรวม 96,141 ล้านบาท

"การหักส่วนเกินโรงกลั่นคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในวิกฤต ส่วนการถอดราคาทิพย์ครั้งนี้คือการแก้ที่โครงสร้าง ต่อให้วิกฤตจบ เงินหมื่นล้านบาทต่อปีนี้ก็จะไม่กลับมาอยู่ในบิลน้ำมันของคนไทยอีก"

มาตรการดังล่าวสอดคล้องกับการถอดค่าไฟฟ้าสาธารณะมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาทออกจากบิลค่าไฟของประชาชนก่อนหน้านี้ ทั้งสองมาตรการทบทวนต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่ได้ใช้จริง และเพื่อให้ราคาพลังงานเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน