
อุตฯไทยเจอโจทย์ใหญ่ ต้นทุนพลังงานผันผวน ส.อ.ท.ชูเปลี่ยนผ่านสีเขียวแบบแข่งขันได้
ส.อ.ท.เตือนเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องคิดรอบด้าน คุมต้นทุน-รักษาความมั่นคง-ลดคาร์บอน ชู Thailand Pragmatic Energy Transition แบบแข่งขันได้
KEY
POINTS
- ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน
- ส.อ.ท. เสนอแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ต้องคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- เป้าหมายของการเปลี่ยนผ่านคือต้องเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ไม่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมยังต้องเร่งปรับตัวสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อรองรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ ในปี ค.ศ. 2050
ดังนั้น โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดให้เร็วที่สุด แต่ต้องเป็นการเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันได้ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริงและไม่เพิ่มภาระให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย
เปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม
แนวคิด Thailand Pragmatic Energy Transition จึงมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมสอดคล้องกับความพร้อมและศักยภาพของประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้อย่างทั่วถึง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
โดยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ The New Chapter of Thai Industry และยุทธศาสตร์ 5I ของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม (Industrial Infrastructure Reform) และการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง (Inclusive Sustainability)
การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การพัฒนาแผนพลังงานของประเทศ การพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ไปจนถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาดและปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบพลังงาน ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงพลังงานทางเลือก และสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ







