thansettakij
thansettakij
กฟภ. กางแผนอัดฉีด EEC รองรับ Data Center เตรียมของบเพิ่ม 5,000 ล้าน

กฟภ. กางแผนอัดฉีด EEC รองรับ Data Center เตรียมของบเพิ่ม 5,000 ล้าน

12 ต.ค. 69 | 13:35 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 69 | 13:36 น.

กฟภ. เผยยอด Data Center แห่จองใช้ไฟใน EEC ทะลักเกิน 60% ของการใช้จริงทั้งประเทศ ชี้ปัญหายื่นขอเผื่อตาม Best Case ดันงบลงทุนสายส่งพุ่ง เตือนเสี่ยงกระทบโครงสร้างค่าไฟประชาชน ดึงงบเดิม 15,000 ล้านเดินหน้าต่อ พร้อมชงเพิ่ม 5,000 ล้านลุยระบบ 22 kV

KEY

POINTS

  • กฟภ. เตรียมของบประมาณเพิ่มเติมอีก 5,000 ล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพระบบไฟฟ้าในพื้นที่ EEC รองรับความต้องการของ Data Center และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ EEC ที่ผู้ประกอบการแจ้งเข้ามามีปริมาณสูงถึง 38,000–40,000 เมกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศในปัจจุบัน
  • เสนอแนวทางให้ผู้ประกอบการ Data Center เปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้ไฟมาเป็นหุ้นส่วนร่วมลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อบริหารความเสี่ยงและลดผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

ในงานสัมมนา EEC Never Stop: Infrastructure ต่อยอด ต่อเนื่อง เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จัดโดย เนชั่นกรุ๊ป โดยนายทรงวุฒิ ขันดี ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและวิศวกรรมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้า พบว่าปริมาณไฟฟ้าที่ผู้ประกอบการแจ้งความจำนงเข้ามามีตั้งแต่ 3,800 เมกะวัตต์ ไปจนถึงระดับ 38,000–40,000 เมกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงทั่วประเทศในปัจจุบันที่อยู่ราว 50,000 เมกะวัตต์

ในขณะที่ตัวเลขซึ่งถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) อยู่ที่ประมาณ 8,800 เมกะวัตต์ เพื่อใช้เป็นกรอบในการก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ (kV) และ 230 กิโลโวลต์ รวมถึงสถานีไฟฟ้าต่าง ๆ

สาเหตุที่ตัวเลขขอใช้ไฟฟ้าสูงกว่าความเป็นจริง เนื่องจากผู้ประกอบการมักเสนอแผนตามกรณีดีที่สุด (Best Case) หากธุรกิจเติบโตตามเป้าหมาย แต่จากการใช้งานจริงในอดีต พบว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงมักอยู่ที่ประมาณร้อยละ 50–70 ของตัวเลขที่แจ้งไว้เท่านั้น

ลุยงบลงทุน 15,000 ล้าน เตรียมแผนรองรับ 8,800 เมกะวัตต์

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เสนอนโยบายและได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ในการดำเนินโครงการปรับปรุงและก่อสร้างระบบไฟฟ้าในพื้นที่ 3 จังหวัด EEC ด้วยวงเงินมากกว่า 15,000 ล้านบาทซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยระบบไฟฟ้าปัจจุบันสามารถรองรับ Data Center ได้จำนวน 16 รายตามเต็มศักยภาพเดิม

นอกจากนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพการจ่ายไฟฟ้าให้รองรับตามเป้าหมายแผน PDP ระดับ 8,800 เมกะวัตต์ ทั้งการสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้าเพิ่ม พร้อมทั้งเตรียมวงเงินงบประมาณเบื้องต้นอีกประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในระบบ 22 กิโลโวลต์ (kV) สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลาง ช่วงการก่อสร้างอาคารโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและงานโยธา ที่ต้องปรับตัวและใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

ดึงเอกชนร่วมเป็นหุ้นส่วนลงทุน Smart Grid สกัดผลกระทบค่าไฟ

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเพื่อรองรับตัวเลขแจ้งขอที่ไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประชาชนในอนาคต จึงมีการเสนอแนวทางเปลี่ยนบทบาทของผู้ประกอบการ Data Center จากการเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว มาเป็นหุ้นส่วนร่วมบริหารความเสี่ยงและร่วมลงทุน (Partnership)

รูปแบบการร่วมลงทุนนี้ครอบคลุมถึงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid), ระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (AMI) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรเดิมและระบบใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การให้เอกชนร่วมลงเงินหรือวางหลักประกันจะช่วยให้ตัวเลขแจ้งความต้องการใช้ไฟฟ้าสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้นพุ่งสู่ระดับร้อยละ 80–100 ทั้งยังช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด (Green Energy) ตามเป้าหมายแผน PDP โดยไม่สร้างภาระค่าไฟแก่ประชาชน