thansettakij
thansettakij

'โซลาร์รูฟล้านครัวเรือน' ติดคอขวด ขาดช่าง-ของไทยแพง-กริดไม่พร้อม

07 ต.ค. 69 | 07:21 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 69 | 08:07 น.

ION Ecnergy หนุนโซลาร์รูฟล้านหลัง แต่เตือนเป้า 1.5 ล้านครัวเรือนใน 1 ปีท้าทาย ชี้ช่างอาจขาด แผงไทยต้นทุนสูง พร้อมเร่ง Smart Meter-Smart Grid

KEY

POINTS

  • เป้า 1.5 ล้านครัวเรือนทำได้ แต่ 1 ปีท้าทาย “ช่างโซลาร์” อาจกลายเป็นคอขวดสำคัญ ต้องเร่ง Upskill-Reskill พร้อมสร้างมาตรฐานผู้รับเหมา
  • Made in Thailand ต้องดูเป็นรายอุปกรณ์ สายไฟ-Mounting ไทยพร้อมผลิต แต่แผง-Inverter ยังพึ่ง Supply Chain ต่างประเทศ เสนอคุม “คุณภาพ” มากกว่าคุม “แหล่งผลิต”
  • Solar ต้องเดินพร้อม Smart Meter-Smart Grid พร้อมใช้ Net Billing และ On-bill Financing ลดภาระเงินก้อน เปิดทางประชาชนเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตไฟฟ้า

มาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนระดับ 1.5 ล้านครัวเรือน อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างพลังงานไทย เพราะไม่เพียงช่วยให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน แต่ยังสามารถเปลี่ยนบ้านแต่ละหลังจาก “ผู้ใช้ไฟ” ไปสู่การเป็น “ผู้ผลิตไฟ” ที่สามารถขายไฟส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้

อย่างไรก็ตาม การนำแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นไปติดบนหลังคา 1.5 ล้านหลัง ไม่ได้มีโจทย์เพียงว่า “ประชาชนอยากติดหรือไม่” แต่ยังมีคำถามใหญ่ตั้งแต่ประเทศไทยมีช่างเพียงพอหรือไม่ อุปกรณ์ต้องผลิตในประเทศมากแค่ไหน Smart Meter และ Smart Grid พร้อมรองรับหรือยัง รวมถึงประชาชนจะหาเงินหลักแสนบาทจากไหนมาติดตั้งระบบ

พีรกานต์ มานะกิจ ประธานอำนวยการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ION ENERGY CORPORATION LIMITED) ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาด โดยเฉพาะเมื่อปัญหาสำคัญที่ผ่านมา คือ “Affordability” หรือความสามารถในการเข้าถึง เนื่องจากโซลาร์ยังเป็นการลงทุนหลักแสนบาท แม้จะมีมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท แต่ฐานผู้เสียภาษีของไทยยังมีข้อจำกัด การมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมจึงช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงโซลาร์ได้กว้างขึ้น

“ช่างโซลาร์” ขาดแคลนเสี่ยงคอขวด

พีรกานต์มองว่า หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดหากประเทศไทยต้องการเดินหน้าโซลาร์ระดับ 1.5 ล้านครัวเรือน คือจำนวน “ช่างติดตั้ง” เพราะช่างโซลาร์เป็นแรงงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ ไม่ใช่เพียงนำแผงขึ้นไปวางบนหลังคา แต่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย และคุณภาพการติดตั้ง โดยประเมินว่าช่างอาจกลายเป็นคอขวดสำคัญของโครงการ หากต้องเร่งติดตั้งจำนวนมากภายในเวลาเพียงปีเดียว

อย่างไรก็ตาม โจทย์ดังกล่าวสามารถพลิกเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้ โดยภาครัฐควรเร่ง Training และ Upskill-Reskill แรงงาน เช่น ช่างไฟ ช่างแอร์ หรือแรงงานที่มีพื้นฐานเกี่ยวข้อง ให้สามารถพัฒนาทักษะมาเป็นช่างโซลาร์ ซึ่งเป็น Skilled Labor ที่มีรายได้สูงกว่าแรงงานขั้นต่ำ พร้อมวางระบบฝึกอบรม การรับรอง และคัดกรองผู้รับเหมา เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันในตลาด

พีรกานต์ มานะกิจ ประธานอำนวยการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

สำหรับเป้าหมายระดับล้านครัวเรือน พีรกานต์มองว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สูงเกินความเป็นจริง เมื่อประเทศไทยมีประมาณ 20 ล้านครัวเรือน แต่สิ่งที่ท้าทายคือ Timeline หากต้องดำเนินการให้ได้ภายใน 1 ปี จึงเสนอว่าหากไม่สามารถใช้โควตาได้หมด รัฐอาจพิจารณาขยายระยะเวลา หรือยกงบประมาณบางส่วนไปสนับสนุนเทคโนโลยีในเฟสถัดไป เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่

แผงโซลาร์-Inverter ใช้ในไทยแพงกว่านำเข้า

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือแนวทางส่งเสริม Made in Thailand โดยพีรกานต์เห็นด้วยกับหลักการว่า หากอุปกรณ์ใดสามารถผลิตในประเทศได้ก็ควรสนับสนุน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียน สร้างการผลิตและการจ้างงานในประเทศไทย แต่การกำหนด Local Content จำเป็นต้องพิจารณาตามความเป็นจริงของ Supply Chain ในแต่ละอุปกรณ์ ไม่ควรใช้เงื่อนไขเดียวกันทั้งหมด

อุปกรณ์หลักของระบบ Solar Rooftop สามารถแบ่งได้ 4 กลุ่ม ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ Inverter สายไฟ และ Mounting หรือโครงสร้างติดตั้ง โดยสายไฟและ Mounting เป็นกลุ่มที่ประเทศไทยมีฐานการผลิตและมี Supply เพียงพอ จึงสามารถสนับสนุน Made in Thailand ได้ ขณะที่แผงและ Inverter มีข้อจำกัดแตกต่างออกไป

แผงโซลาร์-Inverter ใช้ในไทยแพงกว่านำเข้า

 

แผงโซลาร์เซลล์

  • จีนผลิต 80-90% ของโลก
  • Supply Chain ของวัตถุดิบสำคัญ เช่น Polysilicon กระจุกตัวอยู่ในจีน
  • การผลิตในประเทศไทยจึงต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ
  • โรงงานในไทยส่วนหนึ่งเป็นการประกอบ มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ และเน้นผลิตเพื่อส่งออก

 

"แผงนำเข้าอาจมีราคาอยู่ที่ประมาณ 3 บาทปลายถึง 4 บาทต้นต่อวัตต์ ขณะที่แผงทั่วไปที่ผลิตในประเทศอยู่ที่ประมาณ 5-6 บาทต่อวัตต์ และหากเป็นแผงผลิตในประเทศที่เป็น มอก. ราคาอาจขึ้นไปถึงหลัก 10 บาทต่อวัตต์ ทำให้ต้นทุนเป็นอีกปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา หากรัฐต้องใช้เงินภาษีสนับสนุนโครงการในวงกว้าง"

 

Inverter 

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อนแปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสสลับ
  • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและระบบบริหารจัดการพลังงาน
  • มีทั้ง Hardware, Software และเทคโนโลยี AI
  • ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน

 

ยกตัวอย่าง Sungrow ซึ่งทำธุรกิจ Inverter และแบตเตอรี่ ว่ามีงบวิจัยและพัฒนา หรือ R&D ระดับประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อสะท้อนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวขึ้นมาแข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลกต้องใช้ทั้งเงินทุน องค์ความรู้ และระยะเวลา ดังนั้นแนวทางสำหรับแผงและ Inverter จึงควรเน้นการกำหนดมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัย มากกว่าจำกัดเฉพาะแหล่งกำเนิดสินค้า

ทั้งนี้ แนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมล่าสุดมีเป้าหมายผลักดัน Supply Chain ในประเทศควบคู่กับการกำกับมาตรฐานอุปกรณ์ ตั้งแต่แผง Inverter สายไฟ แบตเตอรี่ ไปจนถึงอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ โดยมองโครงการ 1.5 ล้านครัวเรือนเป็นโอกาสสร้างการผลิตและการจ้างงานภายในประเทศ

 

Smart Meter-Smart Grid ต้องมาคู่โซลาร์

นอกจากความพร้อมของคนและอุปกรณ์แล้ว พีรกานต์มองว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาไปพร้อมกัน โดยเฉพาะ Smart Meter และ Smart Grid เพราะเมื่อบ้านจำนวนมากติดตั้งโซลาร์ รูปแบบระบบไฟฟ้าจะเปลี่ยนจากการส่งไฟทางเดียวจากโรงไฟฟ้ามายังผู้บริโภค ไปสู่ระบบที่ประชาชนสามารถเป็นทั้ง Consumer และ Producer หรือ “Prosumer” ได้พร้อมกัน

Smart Meter จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะสามารถแยกข้อมูลได้ว่าครัวเรือนซื้อไฟจากระบบเท่าใด และส่งไฟกลับเข้าระบบเท่าใด ต่างจากมิเตอร์จานหมุนแบบเดิมที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับการซื้อขายไฟสองทิศทาง หากประเทศไทยต้องการเดินหน้า Net Billing ให้ประชาชนสามารถขายไฟส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ การมี Smart Meter จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ Smart Grid จะมีบทบาทในการบริหาร Demand และ Supply ที่ซับซ้อนขึ้น ไม่ได้มีเพียง Solar Rooftop แต่ยังรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV และ Data Center ซึ่งจะทำให้รูปแบบความต้องการใช้ไฟของประเทศเปลี่ยนแปลงไป การปรับปรุงโครงข่าย รวมถึงการนำระบบกักเก็บพลังงานไปติดตั้งตาม Substation จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสถียรภาพให้ระบบไฟฟ้าในอนาคต

อย่างไรก็ตาม พีรกานต์ประเมินว่า การติด Solar Rooftop ระดับล้านครัวเรือนยังไม่น่าจะทำให้ระบบไฟฟ้าได้รับผลกระทบรุนแรงในทันที เนื่องจากสัดส่วนการใช้ไฟของภาคครัวเรือนยังต่ำกว่าภาคอุตสาหกรรม แต่การเดินหน้าโครงการควรถูกใช้เป็นจังหวะในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าไปพร้อมกัน ไม่ควรรอจนระบบมีข้อจำกัดแล้วจึงเริ่มลงทุน

 

On-bill Financing ขายไฟช่วยผ่อนโซลาร์

อีกปัจจัยที่จะตัดสินว่าโซลาร์ล้านหลังเข้าถึงประชาชนได้จริงหรือไม่ คือเรื่องเงิน เนื่องจากระบบโซลาร์สำหรับบ้านยังมีมูลค่าระดับประมาณ 150,000-300,000 บาท แม้การลงทุนจะช่วยลดค่าไฟในระยะยาว แต่เงินก้อนแรกยังเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับหลายครัวเรือน

พีรกานต์จึงมองว่า On-bill Financing และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นกลไกที่ตอบโจทย์ เพราะเปิดทางให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของระบบ Solar ก่อน แล้วทยอยชำระผ่านบิลค่าไฟ แทนการต้องหาเงินหลักแสนบาทมาจ่ายทั้งหมดตั้งแต่วันแรก

หากเชื่อมกลไกดังกล่าวเข้ากับการขายไฟส่วนเกิน ระบบจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในช่วงกลางวันที่เจ้าของบ้านไม่ได้ใช้ไฟ Solar ยังสามารถผลิตไฟและขายกลับเข้าสู่ระบบได้ รายได้จากการขายไฟจึงสามารถเข้ามาช่วยลดภาระการผ่อนระบบ ทำให้หลังคาบ้านไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วย “ประหยัดค่าไฟ” แต่สามารถกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้จากการผลิตพลังงานได้ด้วย

 

โซลาร์ล้านหลังต้องพร้อมทั้ง “คน-ของ-เงิน-โครงข่าย”

พีรกานต์มองว่า เป้าหมายโซลาร์ระดับล้านครัวเรือนไม่ใช่ตัวเลขที่เกินศักยภาพของประเทศไทย แต่หัวใจสำคัญคือการออกแบบนโยบายให้ทุกองค์ประกอบเดินไปพร้อมกัน ตั้งแต่การสร้างช่างติดตั้งที่มีมาตรฐาน การกำหนด Made in Thailand ให้สอดคล้องกับ Supply Chain ที่เกิดขึ้นจริง การเปิดทางให้นำเข้าอุปกรณ์ที่มีคุณภาพในส่วนที่ไทยยังผลิตไม่เพียงพอ ไปจนถึงการลงทุน Smart Meter และ Smart Grid

ขณะเดียวกัน ต้องทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้จริงผ่านสินเชื่อและ On-bill Financing พร้อมเปิดช่องให้ไฟฟ้าที่ผลิตเหลือสามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ครัวเรือน และหากกรอบเวลา 1 ปีไม่เพียงพอต่อการติดตั้งตามเป้าหมาย ก็ควรเปิดทางให้ขยาย Timeline มากกว่าการเร่งดำเนินการจนเกิดข้อจำกัดด้านแรงงาน คุณภาพ หรือโครงสร้างพื้นฐาน

ท้ายที่สุด โจทย์ของ “โซลาร์ล้านหลัง” จึงไม่ใช่เพียงจำนวนแผงที่จะถูกนำขึ้นไปติดบนหลังคา แต่คือการสร้างระบบนิเวศพลังงานชุดใหม่ ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาด มีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า และทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศพร้อมรองรับโลกที่ผู้ใช้ไฟและผู้ผลิตไฟอาจเป็นคนคนเดียวกัน