
จับตา ’ราคาน้ำมันโลก’ โอเปกพลัสคงกำลังผลิตเดือนที่ 2 หยุดเพิ่มน้ำมันต่อเนื่อง
โอเปกพลัสคงกำลังผลิตน้ำมันเดือน พ.ย. พักแผนเพิ่มกำลังผลิต จับตาทิศทางราคาน้ำมันโลก ท่ามกลางเศรษฐกิจโลก-เงินเฟ้อกดดัน นัดถกใหม่ 1 พ.ย.นี้
KEY
POINTS
- กลุ่มโอเปกพลัสมีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการคงนโยบายติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง
- การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากที่กลุ่มได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน
- โอเปกพลัสมีแนวโน้มที่จะระงับการเพิ่มกำลังการผลิตไปจนถึงสิ้นปีเป็นอย่างน้อย และจะมีการประชุมเพื่อทบทวนนโยบายอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย.
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการคงนโยบายติดต่อกันเดือนที่สอง
การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังเสร็จสิ้นการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันอาทิตย์ (4 ต.ค.) โดยแถลงการณ์ของกลุ่มโอเปกพลัสระบุว่า ประเทศสมาชิกทั้ง 7 ประเทศตัดสินใจที่จะคงระดับการผลิตน้ำมันประจำเดือนพ.ย. 2569 ไว้ที่ระดับเดิม
อีกทั้งสมาชิกทั้ง 7 ประเทศยังเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมครั้งต่อไปไปในวันที่ 1 พ.ย. เพื่อทบทวนภาวะตลาด และเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการผลิตในขั้นตอนต่อไป
สมาชิกทั้ง 7 ประเทศของโอเปกพลัสซึ่งได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเป็นรายเดือนมาตั้งแต่เดือนเม.ย.จนถึงเดือนก.ย.ปีนี้ ก่อนที่จะเริ่มระงับการปรับเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา
คงนโยบายการผลิตน้ำมันเดือน พ.ย. ตามคาด
การคงนโยบายการผลิตน้ำมันในเดือนพ.ย.เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตัวแทนของโอเปกพลัสได้ออกมาส่งสัญญาณว่า ทางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะคงเป้าหมายการผลิตในเดือนพ.ย.ไว้เท่าเดิม และน่าจะยังไม่กลับมาเพิ่มกำลังการผลิตจนกว่าจะพ้นสิ้นปีนี้เป็นอย่างน้อย
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้โอเปกได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 โดยคาดว่าความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 380,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับลดตัวเลขคาดการณ์ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5
รายงานคาดการณ์ดังกล่าวซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ยังระบุด้วยว่า การปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในครั้งนี้ พิจารณาจากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและความท้าทายในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่กลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม แม้จะปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปี 2569 แต่โอเปกได้ปรับเพิ่มคาดการณ์สำหรับปี 2570 โดยคาดว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบเป็นรายปี จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
โอเปกระบุในรายงานว่า การปรับเพิ่มคาดการณ์ในปี 2570 ได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และประเทศนอกกลุ่ม OECD







