thansettakij
thansettakij
PDP 2026 ล็อกก๊าซเป็นพลังงานช่วงเปลี่ยนผ่าน ไทยเดินหน้าฟอสซิลควบคู่ไฟสะอาดอีก 10-12 ปี

PDP 2026 ล็อกก๊าซเป็นพลังงานช่วงเปลี่ยนผ่าน ไทยเดินหน้าฟอสซิลควบคู่ไฟสะอาดอีก 10-12 ปี

20 ก.ย. 69 | 07:24 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ย. 69 | 07:24 น.

PDP 2026 ยังต้องพึ่งก๊าซ สนพ.ชี้อีก 10-12 ปี ฟอสซิลคาร์บอนต่ำยังจำเป็นคู่พลังงานสะอาด เร่งล็อก LNG-ดันก๊าซอันดามัน ลดเสี่ยงราคาพุ่ง

KEY

POINTS

  • แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) กำหนดให้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
  • ประเทศไทยจะยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลควบคู่ไปกับการพัฒนาพลังงานสะอาดต่อไปอีกอย่างน้อย 10-12 ปี
  • การใช้ก๊าซธรรมชาติมีความจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่เร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า การจัดงาน Gastech 2026 ถือเป็นงานพลังงานระดับโลกครั้งสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนและผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่จากทั่วโลก ทั้งจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และเอเชีย ได้เข้ามาพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยก๊าซธรรมชาตินั้นถือเป็นเชื้อเพลิงหลักสำหรับภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในระยะเปลี่ยนผ่าน(Transition Fuel) ไปสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย

การจัดงานดังกล่าวถือเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพการเป็นศูนย์กลาง (Hub) พลังงานในภูมิภาคอาเซียน และมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Hub) ในอนาคต

อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาตกลงซื้อขาย การร่วมลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ๆ รวมถึงการจัดหา LNG เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต ตตลอดจนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS), เทคโนโลยีไฮโดรเจน (Hydrogen), และโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)

 

ไทยจำเป็นต้องเปิดสัมปทานแหล่งก๊าซฯเพิ่ม

ด้านการจัดหาแหล่งพลังงานภายในประเทศ (Domestic Gas) นั้นประเทศไทยมีความจำเป็นต้องเปิดสัมปทานสำรวจและขุดเจาะแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ๆ โดยเฉพาะแหล่งอันดามัน ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่มีศักยภาพสูง แม้การสำรวจและผลิตในพื้นที่ดังกล่าวจะมีความท้าทายอย่างมากเนื่องจากเป็นพื้นที่ทะเลน้ำลึก (Deep Water) ครั้งแรกของประเทศไทย

PDP 2026 ล็อกก๊าซเป็นพลังงานช่วงเปลี่ยนผ่าน ไทยเดินหน้าฟอสซิลควบคู่ไฟสะอาดอีก 10-12 ปี

 

ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องการผู้เชี่ยวชาญและผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกที่มีเทคโนโลยีขุดเจาะขั้นสูงเข้ามาดำเนินการ เพื่อให้สามารถนำก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทชั้นนำในวงการสำรวจและผลิต (E&P) ระดับโลก เช่น เชฟรอน (Chevron)

รวมถึงบริษัทไทยที่มีศักยภาพอย่าง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) ให้ความสนใจและพร้อมเข้าร่วมการประมูลสัมปทานดังกล่าว ซึ่งทางกระทรวงพลังงานพร้อมเปิดรับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนทั้งในด้านก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ

เฝ้าระวังตึงเครียดตะวันออกกลาง 

นายวัฒนพงษ์ กล่าวถึงความท้าทายด้านราคาพลังงานว่า กระทรวงพลังงานกำลังติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา

เพื่อลดผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าและภาระของประชาชน กระทรวงพลังงานได้เตรียมมาตรการรองรับ โดยเน้นการบริหารจัดการสัญญาซื้อขาย LNG ระยะยาว (Term Contract) เพื่อให้ได้ราคาที่ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับราคาตลาดโลก (Spot LNG) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพิจารณามาตรการจัดหาพลังงานทดแทน เช่น การรับซื้อพลังงานไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากพลังงานสะอาดเข้ามาในระบบเพื่อลดการพึ่งพา Spot LNG

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศนั้น กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เข้ามาช่วยดูแลรักษาระดับราคาเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน ส่งผลให้ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 80,000 ล้านบาทแล้ว

สนพ. พยายามอย่างเต็มที่เพื่อบริหารจัดการไม่ให้ตัวเลขการติดลบพุ่งสูงถึง 100,000 ล้านบาท ซึ่งหากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจมีความจำเป็นต้องขยับปรับราคาขายปลีกในประเทศขึ้นบ้าง เพื่อส่งสัญญาณตลาดและป้องกันไม่ให้กองทุนน้ำมันฯ ประสบปัญหาตามมา รวมถึงยังได้เร่งส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels) เพื่อลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่มีราคาแพง

PDP 2026 เดินหน้าฟอสซิลควบคู่พลังงานสะอาด

นายวัฒนพงษ์ กล่าวอีกว่า แม้เทรนด์พลังงานโลกจะมุ่งสู่พลังงานสะอาดแต่ในระยะเปลี่ยนผ่านอีกอย่างน้อย 10-12 ปี ประเทศไทยรวมถึงหลายประเทศในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ยังคงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลคาร์บอนต่ำ เช่น ก๊าซธรรมชาติ

PDP 2026 ล็อกก๊าซเป็นพลังงานช่วงเปลี่ยนผ่าน ไทยเดินหน้าฟอสซิลควบคู่ไฟสะอาดอีก 10-12 ปี

 

สำหรับร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ที่ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นนั้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ประเทศไทยยังคงต้องใช้ก๊าซธรรมชาติ ทั้งก๊าซจากอ่าวไทยและ LNG ในการผลิตไฟฟ้า เพื่อรักษาความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้าและขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ดำเนินหน้าควบคู่ไปกับการเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบอย่างรวดเร็วทางคู่ขนานกัน

พลังงานครึ่งปีโต 0.9% ก๊าซ-ไฟฟ้าพุ่ง

สำหรับการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นของไทยช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 2,062 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.9% สอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัว 2.4% โดยการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 7.8% และไฟฟ้าพลังน้ำ/ไฟฟ้านำเข้าเพิ่มขึ้น 10.2% ขณะที่การใช้น้ำมันลดลง 0.8% ถ่านหินลดลง 6% และลิกไนต์ลดลง 52.5% จากการหยุดเดินเครื่องบางส่วนของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

การใช้ไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 109,846 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 6% โดยภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 10.2% ภาคธุรกิจ 7.4% และภาคอุตสาหกรรม 3.1% ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของระบบ 3 การไฟฟ้าอยู่ที่ 36,759 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น6.2% ส่วนการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 119,851 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 5% โดยก๊าซธรรมชาติยังเป็นเชื้อเพลิงหลัก คิดเป็น61% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด

ด้านการใช้น้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 142.7 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 0.8% โดยดีเซลลดลง 2.4% จากราคาที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่น้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น 1.1% ตามการเดินทางทางอากาศที่ขยายตัว ส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 4,937 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มขึ้น 8.5% โดย 63% ใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 11.4%

ขณะที่ภาคขนส่งทางบกใช้พลังงานลดลง 1.4% แต่การใช้ไฟฟ้าที่สถานีชาร์จเพิ่มขึ้นถึง 87.1% สอดคล้องกับยอดรถ BEV สะสม ณ เดือนมิถุนายน 2569 ที่ 491,496 คัน เพิ่มขึ้น 66% จากปีก่อน

สำหรับการปล่อย CO2 จากการใช้พลังงานช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 121 ล้านตัน ลดลง 0.4% โดยภาคผลิตไฟฟ้าลดลง 3.2% และภาคขนส่งลดลง 1.4% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 4.9%

ราคาพลังงานโลกยังมีความผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยวันที่ 14 ก.ย. 2569 ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 126.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคา LNG ตลาดเอเชีย (JKM) เฉลี่ย 8 เดือนอยู่ที่ 16.70 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2568 ที่ 12.16 ดอลลาร์

สนพ. คาดการณ์ปี 2569 ความต้องการใช้พลังงานขั้นต้นอยู่ที่ 2,042 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน โดยคาดว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น 8% และไฟฟ้าพลังน้ำ/ไฟฟ้านำเข้าเพิ่มขึ้น 5.9% ขณะที่ถ่านหิน/ลิกไนต์ลดลง 15.6% อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มาตรการการค้าของสหรัฐ และสภาพอากาศ ซึ่งอาจกระทบราคาพลังงานและความต้องการใช้ในช่วงที่เหลือของปี