thansettakij
thansettakij
เปิดเดิมพัน SMR 9,000 เมกฯ ไทยเร่งสร้างไฟฐานรับ AI-Data Center ดันความมั่นคงพลังงาน

เปิดเดิมพัน SMR 9,000 เมกฯ ไทยเร่งสร้างไฟฐานรับ AI-Data Center ดันความมั่นคงพลังงาน

20 ก.ย. 69 | 03:09 น.

SMR 9,000 เมกะวัตต์ เดิมพันไฟยุค AI ไทยเร่งคัดเทคโนโลยี สร้างความมั่นคงรับ Data Center กฟผ.ผนึก USTDA คัดเทคโนโลยี บ้านปูเปิดทางลุยลงทุน VC เทคโนโลยีสหรัฐ

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยเตรียมบรรจุโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) กำลังผลิต 9,000 เมกะวัตต์ ไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจากอุตสาหกรรม AI และ Data Center
  • SMR ถูกวางให้เป็นพลังงานฐานที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิล
  • ภาครัฐโดย กฟผ. และภาคเอกชนกำลังเร่งศึกษาและเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยี SMR มาใช้ โดยมีการร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) เป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่ถูกบรรจุเอาไว้ในแผพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) ถึง 9,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับ Data Center-AI ที่ต้องการไฟฟ้ามหาศาล 

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุว่า เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR เป็นตัวเลือกสำคัญและเป็นเทคโนโลยีที่หลายประเทศทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น จีนและยุโรปสนใจติดตามและเร่งพัฒนาใกล้ชิด สำหรับไทยได้หารือถึงแนวทางบรรจุ SMR ในร่างแผน PDP 2026โดยสัดส่วน SMR ใน PDP ขึ้นกับการตัดสินใจระดับนโยบาย

หากไทยเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด SMR จะมีบทบาทสำคัญมากเป็นพลังงานฐานเพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าที่มั่นคง มีเสถียรภาพและผลิตได้ต่อเนื่อง โดยการบรรจุ SMR ในแผน PDP เป็นความจำเป็นเพื่อทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิล และลดผลกระทบภูมิรัฐศาสตร์

SMR มีความปลอดภัย

จากการติดตามเทคโนโลยี SMR ทำให้เข้าใจแนวทางการพัฒนาหลายรูปแบบทั้งการติดตั้งบนดินและรูปแบบการติดตั้งบนเรือ สำหรับ SMR แบบติดตั้งบนเรือเมื่อหมดอายุการใช้งาน เคลื่อนย้ายเรือออกไปจากพื้นที่ได้ทันที

 

นอกจากนี้ SMR ยังมีความก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะการดูแลสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัยและระบบบริหารจัดการกากเชื้อเพลิงหลังการผลิตไฟฟ้า ซึ่งไทยต้องพิจารณาและศึกษารายละเอียดจากเจ้าของเทคโนโลยีเพื่อสร้างความมั่นใจทั้งความมั่นคง ความต่อเนื่องของการผลิตไฟฟ้า และการควบคุมราคาให้เหมาะสม

อีกทั้ง SMR ในต่างประเทศก้าวหน้า ได้แก่ จีน และ ญี่ปุ่น โดยลดขนาดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ดังนั้น การปรับเป็น SMR ใช้พื้นที่ก่อสร้างลดลง ซึ่งควบคุมดูแลและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ประชาชนรอบโรงไฟฟ้าง่ายขึ้น ขณะเดียวกันต้นทุน SMR มีทิศทางลดลง ขณะที่การขนส่งเชื้อเพลิงและจัดเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วมีระบบควบคุมชัดเจน

เปิดเดิมพัน SMR 9,000 เมกฯ ไทยเร่งสร้างไฟฐานรับ AI-Data Center ดันความมั่นคงพลังงาน

 

ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ เป็นต้นแบบการพัฒนาตั้งแต่ยุคแรกและพัฒนาต่อเนื่อง ดังนั้น ไทยควรนำแนวทางทุกค่ายมาเปรียบเทียบเพื่อให้มั่นใจเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับไทย

กฟผ.ผนึก USTDA ศึกษา SMR

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า SMR เป็นตัวเลือกเทคโนโลยีสำคัญที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานยั่งยืน ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีจุดเด่นสำคัญที่ความยืดหยุ่นและเดินเครื่องได้ทันทีและผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ คุณสมบัติดังกล่าวสำคัญต่อการเติบโตอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center และเทคโนโลยี AI ซึ่งต้องการไฟฟ้ามหาศาลและต้องการพลังงานสีเขียวที่มีความเสถียร มั่นคงสูง และไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และทำให้ SMR เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์

ล่าสุดกฟผ.ลงนามความตกลงรับทุนสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นโครงการโรงไฟฟ้า SMR กับองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐ (USTDA) วงเงิน 2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและการศึกษาในอาเซียนเพื่อศึกษาคัดเลือกเทคโนโลยี SMR ที่เหมาะสมกับไทย ซึ่ง กฟผ.ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากนวัตกรรมสหรัฐ 

ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าไทยสูงขึ้นต่อเนื่อง การนำ SMR มาเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าระยะยาวจะสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

“นอกจากสหรัฐแล้ว กฟผ.มีความร่วมมือกับประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยเปิดกว้างพิจารณาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด”

ดึงผู้เชี่ยวชาญรับการเติบโต

กฟผ.เตรียมความพร้อมทั้งกฎหมาย การบริหารจัดการ และการพัฒนาบุคลากรที่มีกำลังคนมีความรู้เทคโนโลยีนิวเคลียร์อยู่แล้ว จากโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่เมื่อ 10 ปีก่อน แม้จะชะลอไปแต่ได้อบรมยกระดับทักษะต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมรับ SMR

เปิดเดิมพัน SMR 9,000 เมกฯ ไทยเร่งสร้างไฟฐานรับ AI-Data Center ดันความมั่นคงพลังงาน

 

ส่วนการยอมรับจากสาธารณชนได้นำบทเรียนมาปรับใช้ โดยเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจตั้งแต่เยาวชนผ่านการสนับสนุนหลักสูตร STEM (Science, Technology, Engineering, and Mathematics) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ SMR เพื่อให้สังคมและเด็กรุ่นใหม่เข้าใจพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานที่มีความปลอดภัย และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก

กรอบเวลา 10 ปี รอความพร้อมกฎหมาย

นายนรินทร์ กล่าวว่า การประเมินกรอบเวลาจะใช้เวลา 10 ปีนับจากนี้ เพราะต้องเตรียมความพร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะด้านกฎหมาย

และการคัดกรองเทคโนโลยี ซึ่งโครงสร้างกฎหมายและการกำกับดูแลต้องมีหน่วยงานมาร่วมรับผิดชอบและยกร่างกฎหมายรองรับ เช่น สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

สำหรับความคืบหน้าการเลือกที่ตั้งปัจจุบัน กฟผ.ศึกษาหลายพื้นที่พบข้อดีและข้อเสียไม่เหมือนกัน ส่งผลให้ กฟผ. ต้องจัดให้มีการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด

3 ปัจจัยเลือกพื้นที่ตั้ง SMR

การพิจารณาที่ตั้งโรงไฟฟ้า SMR มีปัจจัยพึงระวังและข้อห้ามสำคัญด้านความปลอดภัยประกอบการตัดสินใจ 3 ข้อ ประกอบด้วย

1.ความหนาแน่นของประชากร บริเวณที่มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างหนาแน่นจะไม่สามารถตั้งโรงไฟฟ้าได้ แม้กระทั่งพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรม ก็ต้องนำมาพิจารณาโดยละเอียดว่ามีปัจจัยเรื่องจำนวนประชากรเกินกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยหรือไม่

2.ความเสี่ยงแผ่นดินไหว ถือเป็นข้อห้ามและปัจจัยหลักที่ต้องตรวจสอบความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด

3.ระบบน้ำระบายความร้อน การตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำจะช่วยเรื่องการระบายน้ำได้ดี แม้เทคโนโลยีปัจจุบันใช้ปริมาณน้ำลดลงแล้วก็ตาม ทั้งนี้ หากพิจารณาใช้น้ำทะเลเป็นแหล่งน้ำระบายความร้อนต้องจัดทำระบบรองรับเพิ่มเติม

BGRIM นำร่อง SMR พื้นที่ EEC

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ระบุว่า บริษัทเตรียมลงนามบันทึกความร่วมมือกับพันธมิตรยุโรป เพื่อศึกษาความเป็นไปได้นำ SMR มาใช้จริง โดยระยะแรกเน้นศึกษาองค์ความรู้ ประสบการณ์ และการยอมรับจากภาคประชาชน อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตรจากยุโรปและจีน

สำหรับพื้นที่เป้าหมายมองที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี(EEC) โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมที่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนที่เข้าใจการใช้พลังงานรูปแบบอุตสาหกรรม และที่สำคัญลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม 80% เป็นกลุ่มทุนญี่ปุ่นที่คุ้นเคยพลังงานนิวเคลียร์ทำให้พร้อมเปิดรับเทคโนโลยี SMR ง่ายกว่าพื้นที่อื่น

ส่วนเชิงเทคนิคปัจจุบันในระบบมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่ออุตสาหกรรม 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งขนาดกำลังการผลิต SMR ที่ระดับ 300-400 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงขนาดโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเดิม 200-300 เมกะวัตต์ จึงเป็นไปได้ทางเทคนิคที่จะเปลี่ยนจากระบบกังหันก๊าซเป็น SMR

รวมทั้งใช้กังหันไอน้ำและโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ถือว่ามีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ซึ่งอนาคตเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนได้และการปรับเปลี่ยนไม่น่ามีปัญหา

ตอบโจทย์ Data Center

นายนพเดช กล่าวว่า ความต้องการพลังงานไฟฟ้าสำคัญต่อการเติบโตของ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยผู้ประกอบการ Data Center ยินดีรับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น เพื่อแลกความมั่นคงและเสถียรภาพระบบพลังงาน ซึ่งปัจจัยสำคัญสุดสำหรับ Data Center และ AI ไม่ใช่เพียงพลังงานสะอาดแต่ต้องการความมั่นคงและเพียงพอของระบบไฟฟ้า

ดังนั้น เทคโนโลยี SMR ผนวกกับก๊าซธรรมชาติ LNG และระบบไมโครกริดจะเป็นโซลูชันตอบโจทย์ได้แท้จริง โดยปัจจุบัน BGRIM ได้ร่วมมือกับพันธมิตรศึกษารายละเอียดรองรับระบบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของ Data Center

บ้านปูพร้อมลุย SMR 

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บ้านปูศึกษาเทคโนโลยี SMR โดยลงทุนผ่านฝั่ง Venture Capital ในเทคโนโลยีของสหรัฐ ส่วนการลงทุนในไทยยังไม่เริ่มแต่หากอนาคตมีความพร้อมและมีโอกาสจะเข้าไปดำเนินการ

โดย SMR เป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่สุดและจ่ายไฟฟ้าได้เสถียรตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากระดับราคาปรับลดลงมาได้ในอนาคต ก็น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นตัวเปลี่ยนโลกได้

ส่วนประเด็นร่าง PDP ฉบับใหม่หากมองการวางแผนพลังงานระยะยาวอีก 20-30 ปี การบรรจุ SMR ในแผนเป็นเรื่องจำเป็นเพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ราคาถูกลงและเป็นไปได้เชิงปฏิบัติมากขึ้น ซึ่งหากไทยไม่เร่งวางแผนจะตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน

“โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าไทยมีมาตรฐานดี ซึ่งหากนำ SMR มาเสริมในระบบจะไม่พบปัญหาเชิงโครงสร้างการจ่ายไฟ แต่ประเด็นอื่นเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันทำงานและเตรียมความพร้อม”