
Heirs Energy ยักษ์พลังงานไนจีเรียลั่น แอฟริกาต้องการ “ไฟให้พอ” มากกว่า “ไฟสะอาด”
ซีอีโอ Heirs Energy ชี้แอฟริกายังขาดไฟฟ้ากว่า 600 ล้านคน ต้องเพิ่มพลังงานจากทุกแหล่งทั้งก๊าซและพลังงานสะอาด พร้อมดันไนจีเรียเพิ่มผลิตก๊าซแตะ 12 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
KEY
POINTS
- Heirs Energy ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไนจีเรียชี้ว่า โจทย์สำคัญของทวีปแอฟริกาคือการมี "พลังงานให้เพียงพอ" (Energy Sufficiency) ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านสู่ "พลังงานสะอาด" (Energy Transition) เนื่องจากประชากรกว่า 600 ล้านคนยังขาดแคลนไฟฟ้า
- แอฟริกาจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณพลังงานจากทุกแหล่ง ทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน โดยเน้นการฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม (Brownfield) เพื่อให้ได้ผลรวดเร็วที่สุด
- ไนจีเรียซึ่งมีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองมหาศาล ตั้งเป้าเพิ่มการผลิตเพื่อแก้ปัญหาไฟฟ้าในประเทศและส่งออก โดยกำลังเร่งสร้างท่อส่งก๊าซเพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางพลังงานของทวีป
นายโอซายาน อิกีฮอน (Osayan Igiehon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Heirs Energy กล่าวบนเวทีเสวนา “Power for all: Delivering Universal Energy Access in an Electrifying World” ในงาน Gastech 2026 เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมาว่า โจทย์พลังงานของแอฟริกาแตกต่างจากภูมิภาคอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะทวีปนี้ยังเผชิญภาวะขาดแคลนพลังงานขั้นพื้นฐาน โดยประชากรกว่า 50% ในแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา หรือราว 600 ล้านคน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้อย่างเชื่อถือได้
เขาชี้ว่า แม้แอฟริกามีประชากรคิดเป็น 20% ของโลก แต่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 4% ของทั้งโลก ตัวเลขนี้สะท้อนทั้งปัญหาการขาดแคลนพลังงานและโอกาสมหาศาลในการปิดช่องว่าง โดยย้ำว่าสำหรับแอฟริกา “สิ่งที่กำลังเผชิญไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แต่คือการมีพลังงานให้เพียงพอ”
ต้องการทุกแหล่งพลังงาน ไม่ใช่เลือกฟอสซิลหรือหมุนเวียน
อิกีฮอนระบุว่า การปิดช่องว่างด้านพลังงานของแอฟริกาไม่ใช่การเลือกระหว่างเชื้อเพลิงฟอสซิลกับพลังงานหมุนเวียน แต่ต้องการเพิ่มขึ้นจากทุกแหล่ง โดยเริ่มจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพ ควบคู่กับการลงทุนโครงการใหม่ (Greenfield) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
เขาเรียกแนวทางการฟื้นฟูสินทรัพย์เดิมนี้ว่า “ความเป็นเลิศด้าน Brownfield” ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญมาต่อเนื่อง เพราะเป็นหนึ่งในวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการเพิ่มปริมาณพลังงาน
เพิ่มก๊าซจาก 50 เป็น 130 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ผู้บริหารยกกรณีของบริษัทที่เข้ารับช่วงต่อแหล่งน้ำมันอายุกว่า 65 ปีเมื่อปี 2021 ซึ่งมีอัตราการเดินเครื่องและความน่าเชื่อถือต่ำมาก ก่อนยกระดับให้กลายเป็นสินทรัพย์ต้นแบบของไนจีเรีย โดยสามารถเพิ่มการผลิตน้ำมันได้กว่า 2 เท่า และเพิ่มการผลิตก๊าซจาก 50 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สู่ระดับสูงสุดที่ 130 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันอย่างยั่งยืน
ก๊าซทั้งหมดถูกส่งเข้าตลาดในประเทศ ส่วนใหญ่ป้อนโรงไฟฟ้าราว 5 แห่ง ช่วยให้ไฟฟ้าเข้าถึงผู้ใช้งานประมาณ 2 ล้านราย ครอบคลุมทั้งครัวเรือน โรงพยาบาล ธุรกิจขนาดเล็ก และโรงงาน
ไนจีเรียผลิตไฟ 10,000 MW แต่ถึงลูกค้าเพียง 6,000-7,000 MW
อิกีฮอนชี้ให้เห็นปัญหาเชิงระบบว่า ไนจีเรียซึ่งมีประชากรกว่า 200 ล้านคน มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากแหล่งส่วนกลางที่ติดตั้งอยู่เพียง 10,000 เมกะวัตต์ และในจำนวนนี้มีเพียง 6,000-7,000 เมกะวัตต์ที่ส่งผ่านระบบไปถึงลูกค้าได้จริง ขณะที่ยังมีกำลังไฟฟ้าจากแหล่งนอกระบบอีกราว 40,000 เมกะวัตต์ สะท้อนความท้าทายในการสร้างระบบส่งไฟฟ้าที่เชื่อถือได้และปล่อยคาร์บอนต่ำ
ตั้งเป้าดันก๊าซแตะ 12 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ปัจจุบันไนจีเรียผลิตก๊าซธรรมชาติราว 8 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แบ่งเป็นใช้ในประเทศ 30% ส่งออก 35% อัดกลับเข้าแหล่งผลิต 20% และอีก 10-15% ยังใช้ไม่ได้เพราะข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยประเทศมีปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วราว 215 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต เพียงพอต่อการผลิตต่อเนื่องประมาณ 85 ปีที่ระดับปัจจุบัน
อิกีฮอนย้ำว่า ประเด็นการใช้ก๊าซในประเทศหรือส่งออกไม่ใช่ “ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์” แต่เป็น “ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์” เพราะไนจีเรียมีก๊าซมากพอตอบโจทย์ทุกด้าน โดยรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มการผลิตเป็น 12 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และกำหนดสัดส่วนใช้ในประเทศ 50% นั่นคือ 6 พันล้านลูกบาศก์ฟุตสำหรับตลาดในประเทศ (มากกว่าปัจจุบันกว่า 3 เท่า) และอีก 6 พันล้านลูกบาศก์ฟุตสำหรับส่งออก (มากกว่าปัจจุบันกว่า 2 เท่า)
ในระยะสั้น ก๊าซราว 25% ที่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างพื้นฐานและส่วนที่ถูกอัดกลับเข้าแหล่งผลิต สามารถนำมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการลงทุนโครงการใหม่ขนาดใหญ่
ขยายท่อส่งก๊าซ ดันไนจีเรียเป็นกำลังหลักพลังงานแอฟริกา
ปัจจุบันไนจีเรียเร่งก่อสร้างท่อส่งก๊าซเชื่อมพื้นที่ผลิตกับพื้นที่ใช้งานทั้งแนวตะวันออก-ตะวันตกและใต้-เหนือ ขณะที่ในระดับภูมิภาคมีท่อส่งก๊าซแอฟริกาตะวันตกที่ส่งก๊าซไปยังเบนิน โตโก และกานาอยู่แล้ว และกำลังพิจารณาโครงการท่อขนาดใหญ่อีก 2 โครงการ โครงการหนึ่งทอดผ่านชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกสู่แอฟริกาเหนือ และอีกโครงการผ่านทะเลทรายซาฮาราไปยังแอลจีเรีย ซึ่งอาจเชื่อมต่อถึงยุโรป
สำหรับบทบาทด้านความมั่นคงพลังงานโลก ไนจีเรียดำเนินการผ่าน Nigerian LNG ผู้ผลิตและส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมีสายการผลิตที่ 6 และกำลังการผลิต 22 ล้านตันต่อปี ขณะที่สายการผลิตที่ 7 อยู่ระหว่างการพัฒนา.






