thansettakij
thansettakij
ACE ชี้วิกฤตพลังงานเป็นโอกาส แนะอาเซียนเร่งเชื่อม ASEAN Power Grid

ACE ชี้วิกฤตพลังงานเป็นโอกาส แนะอาเซียนเร่งเชื่อม ASEAN Power Grid

16 ก.ย. 69 | 06:05 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ย. 69 | 06:52 น.

ASEAN Centre for Energy (ACE) ชี้วิกฤตพลังงานเป็นโอกาสให้อาเซียนเร่งความร่วมมือ พร้อมผลักดัน ASEAN Power Grid เชื่อมโครงข่ายไฟฟ้าประเทศสมาชิก โดยต้องเร่งนำแผนไปปฏิบัติจริง

KEY

POINTS

  • ศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE) มองว่าวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสให้ภูมิภาคอาเซียนทบทวนยุทธศาสตร์และสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
  • เสนอให้อาเซียนต้องร่วมมือกันในระดับภูมิภาคเพื่อกระจายแหล่งพลังงาน เนื่องจากปัจจุบันยังพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากนอกภูมิภาคสูง
  • แนะให้เร่งผลักดันโครงการ ASEAN Power Grid เพื่อเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายแหล่งพลังงานและรองรับพลังงานหมุนเวียน

Dato' Ir. Ts. Razib Dawood Executive Director, ASEAN Centre for Energy (ACE) กล่าวในเวทีเสวนาหัวข้อ “How electrification is reshaping Asia's strategic position” ภายในงาน Gastech 2026 เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ถึงความน่าเชื่อถือของก๊าซ ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นว่า แม้ภูมิภาคจะไม่สามารถดำเนินชีวิตโดยไม่มีก๊าซได้ แต่จำเป็นต้องทบทวนอย่างจริงจังว่าก๊าซควรมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด

ACE มองวิกฤตเป็นโอกาส แม้เผชิญแรงกระแทกครั้งที่ 3

Razib Dawood กล่าวว่า ACE รับผิดชอบประเทศสมาชิก 11 ประเทศ รวมถึงอินโดนีเซียและไทย ครอบคลุมตั้งแต่เดลีไปจนถึงเมียนมา จึงเป็นภูมิภาคที่มีความซับซ้อนอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เขามองวิกฤตครั้งนี้ในแง่บวกมากขึ้น เพราะวิกฤตยังมีด้านที่เป็นโอกาสอยู่

เขากล่าวว่า ประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศต้องการพลังงานเทียบเท่าน้ำมันประมาณ 7.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย 28% มาจากตะวันออกกลาง จากทั้งหมด 7.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่ 90% ของภาคการขนส่งใช้น้ำมัน และน้ำมันถูกใช้ในภาคการขนส่งมากกว่าในภาคการผลิตไฟฟ้า ส่วน 31% ใช้ก๊าซหุงต้ม หรือ LPG สำหรับการประกอบอาหาร

ดังนั้น ภูมิภาคจึงมีความเสี่ยงอย่างมากจากวิกฤตครั้งนี้ แม้จะมีด้านที่เป็นโอกาส แต่กำลังเผชิญกับแรงกระแทกครั้งที่ 3 หลังจากโควิด และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

เราต้องเรียนรู้จากเรื่องนี้ บทบาทของก๊าซธรรมชาติในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนี่คือการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วที่สุดที่เราสามารถทำได้

อาเซียนต้องกระจายแหล่งพลังงาน ทำงานร่วมระดับภูมิภาค

Razib Dawood กล่าวว่า ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี และสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน ได้พบกันที่เซบูเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว โดยรัฐมนตรีพลังงานกล่าวว่า อาเซียนมีแผนและมี ASEAN Energy Corporation

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เห็นด้วยกับกฎทอง 3 ประการ ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน คุณต้องมีการกระจายแหล่งพลังงาน ความสามารถในการคาดการณ์นโยบาย ความสอดคล้องของนโยบาย และอื่น ๆ

แต่สิ่งสำคัญคือความร่วมมือ นั่นคือเหตุผลที่อาเซียนจำเป็นต้องมองในระดับภูมิภาค และต้องทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค ผมกล่าวถึงการพึ่งพาตะวันออกกลางและอื่น ๆ แต่อาเซียนก็มีทรัพยากรจำนวนมาก รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอยู่ในภูมิภาค

 

 

 

ACE ชี้ความต้องการพลังงานอาเซียนเพิ่ม 3.5 เท่าถึงปี 2060

เมื่อถูกถามว่า ประเทศใดในภูมิภาคกำลังขับเคลื่อนนโยบายอย่างทะเยอทะยานที่สุด และปรับเปลี่ยนเครื่องมือทางนโยบายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค 

Razib Dawood กล่าวว่า ACE กำลังจะจัดทำรายงาน Outlook ฉบับที่ 9 สำหรับอาเซียน โดยความต้องการใช้พลังงานของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 3.5 เท่าภายในปี 2060 โดยมองว่า บทบาทของก๊าซธรรมชาติเหลว รวมถึงก๊าซธรรมชาติในฐานะพลังงานช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นมีความชัดเจนอยู่แล้ว โดยเวียดนามมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานที่สุด ขณะที่อินโดนีเซียก็มีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานมากในด้านกำลังการผลิตติดตั้งระดับกิกะวัตต์

ขณะเดียวกัน อาเซียนมีเป้าหมายร่วมกันภายในปี 2030 ภายใต้แผนธุรกิจระยะ 5 ปี โดยตั้งเป้าให้พลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 30% ของพลังงานขั้นต้นทั้งหมด และมีกำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานหมุนเวียน 45% ภายในปี 2030

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานในฝั่งความต้องการใช้พลังงาน โดยจะลดความเข้มข้นของการใช้พลังงานลง 40% เมื่อเทียบกับระดับปี 2005

ASEAN Power Grid เครื่องมือกระจายแหล่งพลังงาน

Razib Dawood กล่าวว่า อาเซียนมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในระดับภูมิภาค ขณะที่แต่ละประเทศก็กำลังดำเนินการได้อย่างดีในระดับประเทศ แต่สิ่งที่ต้องการผลักดันคือความร่วมมือด้านพลังงานโดยรวมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ ASEAN Power Grid ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ โดยจากการประเมินล่าสุดของธนาคารโลก อาเซียนจำเป็นต้องใช้เงินทุน 800,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2050 เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กังหันลม ฟาร์มกังหันลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และอื่น ๆ รวมถึงเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้าของแต่ละประเทศเข้าด้วยกันให้กลายเป็น ASEAN Power Grid

นี่คือหนึ่งในเครื่องมือที่เรามีสำหรับการกระจายแหล่งพลังงาน

ก๊าซ-พลังงานหมุนเวียนต้องส่งเสริมกัน

Razib Dawood กล่าวว่า จากวิกฤตทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทำให้มองเห็นด้านที่เป็นโอกาส โดยบทบาทของก๊าซธรรมชาติ บทบาทของพลังงานหมุนเวียน และการกระจายแหล่งพลังงานกำลังสอดคล้องกันและเดินไปในทิศทางเดียวกัน

เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะใช้นโยบายใดที่ดีที่สุด แต่ทุกอย่างต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน

ACE ชี้พลังงานคือหัวใจการเติบโตเศรษฐกิจเอเชีย

Razib Dawood ยังย้ำว่า พลังงานคือเส้นเลือดใหญ่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชีย โดยกล่าวถึงประโยคที่ว่า “It’s the economy, stupid” วลีหาเสียงอันโด่งดังของ บิล คลินตัน (Bill Clinton) 

ทั้งนี้ ACE คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 4.5% โดยบางประเทศอาจเติบโต 7% และ 8% ดังนั้น ผู้กำหนดนโยบายจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญกับความสำคัญทางเศรษฐกิจของพลังงาน

ขณะที่ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือความเสี่ยงทางการเมือง ทำให้นักลงทุนและธนาคารต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสามารถในการระดมทุนได้จริง รวมถึงการจัดหาเงินทุนแบบผสมผสานผ่านธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี และอื่น ๆ

เรามีคำตอบทั้งหมดแล้วว่าจะต้องทำอะไร คำถามคือจะนำไปปฏิบัติอย่างไร