thansettakij
thansettakij
วสท. คาดปี 2028 Data Center กินไฟพุ่ง 1 MW/แร็ค จี้ไทยเร่งไฟเขียวรับ AI Hub

วสท. คาดปี 2028 Data Center กินไฟพุ่ง 1 MW/แร็ค จี้ไทยเร่งไฟเขียวรับ AI Hub

09 ก.ย. 69 | 11:02 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ย. 69 | 11:17 น.

รศ.ดร.มนตรี ชี้ AI เปลี่ยนโฉม Data Center จากธุรกิจดิจิทัลสู่ธุรกิจพลังงาน คาดปี 2028 ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งแตะ 1 เมกะวัตต์ต่อแร็ค จี้ไทยเร่งไฟเขียวรับ AI Hub

KEY

POINTS

  • วสท. คาดการณ์ว่าภายในปี 2028 ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center จะพุ่งสูงถึง 1 เมกะวัตต์ต่อแร็ค จากการพัฒนาชิป AI ประสิทธิภาพสูง
  • การใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นสร้างความท้าทายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบระบายความร้อนที่ต้องเปลี่ยนเป็น Liquid Cooling ซึ่งใช้น้ำปริมาณมาก และระบบส่งไฟฟ้าเดิมที่อาจไม่เพียงพอ
  • ไทยจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาด ระบบส่งไฟฟ้า น้ำ และบุคลากร เพื่อผลักดันเป้าหมายการเป็นศูนย์กลาง AI (AI Hub) ให้สำเร็จ

รศ.ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานดาตาเซ็นเตอร์และเมืองอัจฉริยะ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) กล่าวหัวข้อ Data Center & AI Infrastructuec : ความท้าทายด้านพลังงาน ในงานสัมมนา THE BIG ISSUE PDP 2026 ENERGY GREEN POWER จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีประมวลผล โดยเฉพาะการพัฒนาชิปของบริษัทชั้นนำอย่าง Nvidia กำลังเปลี่ยนโฉมการออกแบบ Data Center อย่างมีนัยสำคัญ โดยโจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพการประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันชิปสถาปัตยกรรม Blackwell ใช้พลังงานประมาณ 40 กิโลวัตต์ต่อแร็ค ขณะที่ Nvidia Rubin เพิ่มขึ้นเกือบ 150 กิโลวัตต์ต่อแร็ค และคาดว่ารุ่นถัดไปจะเพิ่มเป็น 500-600 กิโลวัตต์ต่อแร็ค ก่อนที่ความต้องการพลังงานอาจแตะระดับ 1 เมกะวัตต์ต่อแร็คภายในปี 2028 จากเดิมที่ Data Center ใช้ไฟฟ้าเพียงประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อแร็ค

การเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นการประมวลผลยังทำให้ระบบระบายความร้อนต้องเปลี่ยนจาก Air Cooling ไปสู่ระบบ Liquid Cooling แบบ Direct-to-Chip เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าที่ใช้กับ CPU และ GPU แทบทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นความร้อน โดยต้องใช้สารหล่อเย็น เช่น PG25 และอุปกรณ์ Cooling Distribution Unit (CDU) เข้ามารองรับ

น้ำข้อจำกัดสำคัญของ Data Center 

โดยเมื่อความหนาแน่นความร้อนเพิ่มจากระดับ 10 กิโลวัตต์ไปสู่ 100-200 กิโลวัตต์ต่อแร็ค ระบบจำเป็นต้องพึ่งพา Chillers และ Cooling Towers ซึ่งต้องใช้น้ำในปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกของไทยที่มีข้อจำกัดด้านแหล่งน้ำ และต้องบริหารจัดการน้ำเสียตามมาตรฐาน Zero Discharge ให้สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ภายในโครงการ

ขณะเดียวกัน Data Center ขนาดใหญ่ยังต้องการความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระดับสูงตามมาตรฐาน Tier 4 รวมถึงการปรับโครงสร้างระบบจ่ายไฟเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ จากกระแสสลับ (AC) ไปเป็นกระแสตรง (DC) แรงดันสูงถึง 800 โวลต์ เพื่อรองรับ GPU ที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น

รศ.ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานดาตาเซ็นเตอร์และเมืองอัจฉริยะ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.)

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า รศ.ดร.มนตรี ระบุว่า คอขวดสำคัญอยู่ที่ระบบจำหน่าย เนื่องจากสถานีไฟฟ้าแรงสูงระดับ 115 กิโลโวลต์ หม้อแปลง และสายส่งบางส่วนของไทยมีอายุการใช้งานมานาน และสามารถรองรับโหลดปลายทางได้ประมาณ 200 เมกะวัตต์ หาก Data Center มีขนาดเกิน 200-300 เมกะวัตต์ ผู้ประกอบการอาจต้องยกระดับระบบส่งเป็น 230 หรือ 500 กิโลโวลต์ รวมถึงก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแห่งใหม่

กรณีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 500 เมกะวัตต์ จึงสะท้อนว่าการรองรับ Data Center ขนาดใหญ่จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานควบคู่ไปกับการลงทุนด้านดิจิทัล

แม้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เช่น WHA อมตะ และโรจนะ มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า Co-generation ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ แต่พลังงานดังกล่าวยังไม่ตอบโจทย์ Green Data Center เนื่องจากเป็นพลังงานฟอสซิล ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 10 ปี จึงไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในระยะสั้น

ทั้งนี้ ดำเนินการผ่านกลไก Utility Green Tariff (UGT1) และ Renewable Energy Certificate (REC) เพื่อให้ Data Center สามารถเข้าถึงไฟฟ้าสีเขียวได้ ขณะที่ไทยมีพลังงานสะอาดเดิมจากพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการจัดซื้อเพิ่มเติม รวมประมาณ 15 กิกะวัตต์

เร่งไทยดันสู่ AI Hub สีเขียวภายใน 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันด้านการใช้ไฟฟ้าระหว่าง Data Center กับ EV ซึ่งต่างเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อระบบจำหน่ายและหม้อแปลงไฟฟ้าในอนาคต

วสท. คาดปี 2028 Data Center กินไฟพุ่ง 1 MW/แร็ค จี้ไทยเร่งไฟเขียวรับ AI Hub

นอกจากพลังงานแล้ว อีกโจทย์สำคัญคือการขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทางด้าน Data Center แม้ปัจจุบันมีการจัดทำหลักสูตร Data Center University และได้รับการสนับสนุนทุนฝึกอบรมจาก BOI จำนวน 1,200 ทุนแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ หากไทยต้องการผลักดันเป้าหมายการเป็น AI Hub สีเขียวภายใน 2 ปี การเตรียมความพร้อมด้านไฟฟ้า น้ำ ระบบส่ง และบุคลากร จึงเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้การดึงดูดเม็ดเงินลงทุน Data Center โดยเฉพาะในยุคที่ “พลังประมวลผล” กำลังแปรเปลี่ยนเป็น “ความต้องการพลังงาน” ในระดับที่โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมอาจรองรับได้ไม่ทัน