
โซลาร์ภาคประชาชนจ่อเพิ่มโควตา 5 เท่า เอกนัฏขยับรับซื้อไฟจาก 100 เป็น 500 เมกฯ
เอกนัฏปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป เพิ่มรับซื้อไฟ 500 เมกะวัตต์ บ้านติดตั้ง 5 กิโลวัตต์ ขายคืนได้ พร้อมเดินหน้าลุย One-Stop โซลาร์บ้าน อนุมัติใช้เอง 7 วัน
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานเตรียมเพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน 5 เท่า จาก 100 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์
- ปรับปรุงขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งให้รวดเร็วและง่ายขึ้นผ่านระบบ One-Stop Service โดยใช้เวลาอนุมัติไม่เกิน 30 วันสำหรับกรณีขายไฟคืนเข้าระบบ
- มีแผนพิจารณาขยายระยะเวลาสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเดิม 10 ปีให้นานขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจและเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนให้แก่ประชาชน
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงาน New Horizon Chapter 2: Smart Grid หัวข้อ Energy Transidion. Smant Gid พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต ซึ่งจัดโดยกรุงเทพธุรกิจ เกี่ยวกับการส่งเสริมพลังงานระดับครัวเรือนว่า รัฐบาลตั้งเป้าเปลี่ยนบทบาทประชาชนจากผู้บริโภคทั่วไป (Consumer) ให้เป็นผู้ผลิตไฟฟ้า (Prosumer)
โดยเตรียมปรับเปลี่ยนแนวคิดการจัดสรรโควตาการผลิตไฟฟ้าสะอาดจากเดิมที่เปิดให้เฉพาะโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน มาเป็นการหั่นโควตาออกมาแบ่งเค้กแจกจ่ายให้แก่ประชาชนบ้านละ 5 กิโลวัตต์ เพื่อผลิตไฟใช้เองและขายคืนเข้าระบบได้อย่างทั่วถึง
อีกทั้งจะเร่งแก้ไขปัญหาขั้นตอนเอกสารที่เคยมีความยุ่งยากซับซ้อนในอดีต ซึ่งใช้เวลายื่นขออนุญาตติดตั้งยาวนานกว่า 1 ปี เกณฑ์ใหม่จะเปลี่ยนไปใช้ระบบ One-Stop Service ผ่านระบบออนไลน์และสาขาของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย
ซึ่งจะวางกรอบการพิจารณาเด็ดขาด เช่น กรณีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตใช้เอง (ไม่ขายคืน) ต้องอนุมัติเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ส่วนกรณีติดตั้งเพื่อขายไฟฟ้าคืนระบบ ต้องผ่านขั้นตอนทั้งหมดภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ ภาครัฐจะปรับเพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้ารูฟท็อปคืนรวมจากเดิม 100 เมกะวัตต์ ขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ และเตรียมปรับแก้สัญญารับซื้อคืนจากเดิมที่สั้นเพียง 10 ปี ขณะที่โซลาร์ฟาร์มได้สัญญายาว 25 ปี ให้ยาวนานและคุ้มค่าขึ้น
โครงการดังกล่าวจะอำนวยความสะดวกเรื่องการหักลบรายได้ผ่านบิลค่าไฟฟ้า โดยคาดว่าระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ จะสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,400 ถึง 1,500 บาทต่อเดือน (บนฐานราคารับซื้อคืน 2.20 บาทต่อหน่วย) ช่วยให้ประชาชนคืนทุนค่าติดตั้งได้ภายในระยะเวลา 7 ปี และหลังจากนั้น แผงโซลาร์จะกลายเป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัวบนหลังคาที่สร้างกำไรและลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน







