
เปิดพอร์ต BCC สายไฟใต้ดิน 720 กม. จ่อประมูลงานใหม่ฝั่งธนฯ-สายสีส้ม
BCC โชว์ผลงานสายไฟใต้ดิน 720 กิโลเมตร รับเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้า-สมาร์ทซิตี้ ชิงงาน MEA-PEA ต่อเนื่อง จับตาเส้นทางใหม่ ชูสายแรงสูง 230 kV
KEY
POINTS
- บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล (BCC) เผยผลงานโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินที่ได้รับมอบหมายแล้วมีระยะทางสะสมกว่า 720 กิโลเมตร
- โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าหลายสายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และถนนสายสำคัญในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
- BCC เตรียมพร้อมเข้าร่วมประมูลงานโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินใหม่ในอนาคต โดยเฉพาะเส้นทางในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม
นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับงานโครงการติดตั้งระบบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดิน (Underground Cable) ภายใต้โครงการของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ทั้งตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สายต่างๆ ทั้งสายสีม่วง สายสีส้ม สายสีเขียว สายสีเหลือง สายสีชมพู และถนนสายสำคัญในหัวเมืองใหญ่ตามภูมิภาค อย่างจังหวัดเชียงราย สุรินทร์ ภูเก็ต และตรัง ซึ่งทยอยส่งมอบเพิ่มในปีนี้ 150 กิโลเมตร รวมเป็นความยาวสายไฟฟ้าสะสม (2023-2026) แล้วกว่า 720 กิโลเมตร
เปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน
ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ครอบคลุมตั้งแต่สายไฟฟ้าแรงดันต่ำ (Low Voltage Cable) สายไฟฟ้าแรงดันปานกลาง (Medium Voltage Cable) ไปจนถึงสายไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ (Extra High Voltage Cable) 230 กิโลโวลต์ (kV) ซึ่งผลิตจากทองแดงบริสุทธิ์สูง ที่นำไฟฟ้าได้ดีและมีประสิทธิภาพ
รวมถึงใช้วัสดุคอมปาวด์ (Compound) คุณภาพสูงในการผลิตฉนวนและเปลือกสายไฟ เช่น ครอสลิงค์โพลิเอทิลีน (XLPE) โดยเฉพาะสายไฟฟ้าแรงดันสูง 115 kV และสายไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ 230 kV ที่ผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานจาก KEMA Labs ซึ่งเป็นสถาบันทดสอบทางไฟฟ้าระดับโลก พร้อมการันตีคุณภาพสายไฟฟ้าและสายเคเบิลตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และสัญลักษณ์ Made in Thailand (MiT) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
ลุยพัฒนาสายไฟฟ้าใต้ดินในเขตเมืองเกาะแนวรถไฟฟ้า
การเปลี่ยนผ่านระบบสายไฟฟ้าอากาศสู่ระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างยั่งยืน โดยจะช่วยจัดระเบียบภูมิทัศน์ของเมืองให้สวยงาม รวมถึงยกระดับความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ พายุฝน หรือปัจจัยภายนอกที่อาจก่อให้เกิดไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งจะช่วยให้ระบบจ่ายไฟมีความเสถียร และเป็นการวางรากฐานโครงข่ายพลังงานให้พร้อมรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีอัจฉริยะ การขยายระบบขนส่งมวลชน การดำเนินธุรกิจที่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง และยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
“ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการเปิดประมูลเส้นทางการพัฒนาสายไฟฟ้าใต้ดินในเขตเมืองเกาะแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆ อย่างต่อเนื่องแล้วหลายสาย โดยยังคงมีแผนขยายไปยังเส้นทางใหม่ๆ เช่น พื้นที่ฝั่งธนบุรี พื้นที่เกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม บริษัทยังคงมองโอกาสในการพัฒนาโปรดักท์สายไฟฟ้าใต้ดินของบริษัท พร้อมเข้าร่วมประมูลงานใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตทางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย”







