
เอกนัฏจ่อรื้อราคาน้ำมัน ลุ้นหั่นเงินเข้ากองทุนฯ ดึงส่วนเกินโรงกลั่นลดราคาหน้าปั๊ม
จับตาราคาน้ำมัน เอกนัฏสั่งทบทวนต้นทุน เล็งตัดรายการไม่เป็นธรรมออกจากโครงสร้าง เตรียมลดเงินเข้ากองทุนฯ ชี้ต้นทุน 40-50 สตางค์รวมปีแตะหมื่นล้าน
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานเตรียมทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชน
- พิจารณานำผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นมาใช้ช่วยลดราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง
- มีแนวโน้มที่จะทบทวนและปรับลดการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดภาระในโครงสร้างราคา
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานของกระทรวงพลังงานว่า ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการปรับปรุงโครงสร้างด้านพลังงานในระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรและยั่งยืน
ในส่วนของราคาน้ำมัน ทางกระทรวงกำลังทบทวนโครงสร้างราคา โดยเฉพาะต้นทุนและรายการต่างๆ ที่นำมาคำนวณราคา โดยที่ผ่านมารัฐบาลนำเงินจากโรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง รวมเกือบ 20,000 ล้านบาท มาช่วยลดผลกระทบด้านราคาน้ำมันให้ประชาชน ซึ่งใช้อำนาจตามพระราชกำหนด และจะดำเนินการต่อเนื่อง
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. เพื่อทบทวนประโยชน์ส่วนเกินที่เกิดขึ้น และคำนวณว่า จะสามารถนำมาช่วยลดราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการได้มากน้อยเพียงใด ควบคู่กับการปรับโครงสร้างราคาในระยะยาว ซึ่งเห็นว่าส่วนใดที่ไม่ควรถูกนำมารวมในราคาน้ำมัน ก็ควรดึงออก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน
ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะทบทวน และลดการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หากเก็บเงินแล้วไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยย้ำว่าแม้ต้นทุนบางรายการจะอยู่ที่เพียง 40-50 สตางค์ต่อลิตร แต่เมื่อคำนวณจากปริมาณการใช้ตลอดทั้งปี อาจมีมูลค่ารวมกว่าหมื่นล้านบาท จึงจำเป็นต้องทบทวนอย่างจริงจัง
ค่าไฟไม่เกิน 200 หน่วยจ่าย 3 บาท
ส่วนค่าไฟฟ้า กระทรวงได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย ในอัตรา 3 บาทต่อหน่วย และเปิดตลาดรับซื้อไฟฟ้าสะอาดเพื่อขายตรงให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงเริ่มจัดระเบียบหลักเกณฑ์การใช้ทรัพยากรของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านโครงการโซลาร์ล้านหลังคานั้น กระทรวงอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นเมื่อมีการประกาศหลักเกณฑ์
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นจะส่งเสริมครัวเรือนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยให้ส่วนลดช่วยเหลือครัวเรือนละ 50,000 บาท รวมถึงจะมีโครงการรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชน โดยจะทยอยเพิ่มปริมาณการรับซื้อ จากเดิมทั่วประเทศรับซื้อประมาณ 100 เมกะวัตต์ เป็นครั้งละ 500 เมกะวัตต์ และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้หลังคาบ้านของประชาชนกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า และบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า







