
ครม.ไฟเขียว รฟม.ดัน "โมโนเรลสงขลา" เชื่อมระบบราง ปลุกเศรษฐกิจใต้
ครม.เคาะพระราชกฤษฎีกา ดึง รฟม. ลุยรถไฟฟ้าโมโนเรลสงขลา ยาว 12.54 กม. พลิกโฉมขนส่งหาดใหญ่ เชื่อม 3 จุดยุทธศาสตร์ ลุยปักหมุดศูนย์ซ่อมบำรุงคลองหวะ ดันเป็นฮับเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่าง
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการให้ รฟม. ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลในจังหวัดสงขลา ระยะทาง 12.54 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้
- โครงการจะใช้ระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) โดยมีสถานีคลองหวะเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงหลักและเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่สำคัญ
- มีการวางแผนจัดตั้งจุดเชื่อมต่อการเดินทาง (Intermodal Transfer Hub) 3 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแบบไร้รอยต่อและส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสา
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (5 ส.ค.2569) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลในจังหวัดสงขลา ระยะทาง 12.54 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาจราจรและเชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญอยู่ที่สถานีคลองหวะซึ่งจะเป็นทั้งศูนย์ซ่อมบำรุงและจุดเปลี่ยนถ่ายการขนส่งหลัก ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
ขณะเดียวกันที่ประชุมครม.ให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้งให้กระทรวงคมนาคมรับความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
นอกจากนี้ให้สำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการต่อไป และให้กระทรวงมหาดไทยรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
อย่างไรก็ดีโครงการดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟม.) แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทและมติของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่มองว่าโครงการโมโนเรลสงขลา มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการจัดการจราจรในระยะยาว หลังจากนี้กระทรวงคมนาคมและ รฟม. จะต้องเร่งดำเนินการในขั้นตอนของการสำรวจพื้นที่และจัดทำรายละเอียดการประมูล เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามไทม์ไลน์ และเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลจังหวัดสงขลาที่ได้รับอนุมัติในครั้งนี้ ถูกออกแบบให้เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ที่มีความคล่องตัวสูง เหมาะกับสภาพพื้นที่และโครงสร้างเมืองเดิม ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจและจุดที่มีการสัญจรหนาแน่น
ทั้งนี้ได้กำหนดให้มีการก่อสร้างโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) 1 แห่ง ตั้งอยู่ที่บริเวณ สถานีคลองหวะ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในการซ่อมบำรุงและบริหารจัดการขบวนรถไฟฟ้าทั้งหมด
ทั้งนี้ที่ประชุม ครม. ได้รับทราบแผนการจัดตั้งจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง (Intermodal Transfer Hub) จำนวน 3 แห่ง เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางจากระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ เข้าสู่ระบบราง ได้แก่ 1. สถานีคลองหวะ นอกจากจะเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงแล้ว ยังเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ 2.สถานีคอหงส์ จุดยุทธศาสตร์รองรับปริมาณคนจากย่านชุมชนและมหาวิทยาลัย 3.สถานีรถตู้ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่ต่างอำเภอหรือจังหวัดใกล้เคียง ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Mobility)
นอกจากนี้การออกแบบโครงการยังให้ความสำคัญกับพื้นที่สำหรับการรับ-ส่ง (Pick-up & Drop-off) และพื้นที่สำหรับจอดแล้วจร (Park & Ride) เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ลดความแออัดบนท้องถนนตามนโยบายการจัดระบบการจราจรทางบก
เจาะรายละเอียดร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา
ฐานเศรษฐกิจ ตรวจสอบเอกสารจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) พบว่า มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้ง ให้กระทรวงคมนาคมรับความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการต่อไป และให้กระทรวงมหาดไทยรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลาที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เป็นการกำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลาเพิ่มเติมจากเดิมที่มีการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดพิษณุโลก
เพื่อดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง (Monorail) โดยมี ระยะทางรวม 12.54 กิโลเมตร 12 สถานี มีโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ และจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง 3 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ สถานีคอหงส์ และสถานีรถตู้ รูปแบบสถานี มีลักษณะสถานีเป็น 3 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่คร่อมเกาะกลางถนน จัดให้มีพื้นที่รองรับความต้องการเดินทางและเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งจากยานพาหนะประเภทต่าง ๆ รวมถึงรองรับปริมาณผู้โดยสารจากพื้นที่โดยรอบเมืองหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง
โดยได้ออกแบบจุดเชื่อมต่อการเดินทางสำหรับพื้นที่สำหรับจอดและรับ - ส่ง และพื้นที่สำหรับจอดแล้วจร รวมทั้งจัดให้มีพื้นที่โรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ไว้ 1 แห่ง บริเวณสถานีคลองหวะ ทั้งนี้ คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้มีมติเห็นชอบด้วยแล้ว และเป็นไปตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
2. กระทรวงคมนาคมได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องที่อาจได้รับผลกระทบจากร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว ซึ่งผลการรับฟังโดยรวมแล้วเห็นด้วยกับการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนในจังหวัดสงขลา
3. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นชอบในหลักการ/ไม่ขัดข้อง ต่อร่างพระราชกฤษฎีกาในเรื่องนี้ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีความเห็นว่าควรมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา วางแผนและพัฒนาพื้นที่เมืองให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยดึงดูดให้มีปริมาณการเดินทางในพื้นที่เพิ่มขึ้น และควรให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยร่วมกันพิจารณาจัดลำดับความสำคัญและคัดเลือกพื้นที่นำร่องเพื่อดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมกับขนาดของเมืองและความเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
สำนักงบประมาณเห็นว่า กระทรวงคมนาคมโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยควรศึกษารูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และพิจารณาสัดส่วนการลงทุนของรัฐต่อมูลค่าของโครงการอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับโครงการระบบขนส่งทางรางอื่น รวมทั้งจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็นเร่งด่วนของโครงการให้สอดคล้องกับภาระงบประมาณที่เกิดขึ้นด้วย
ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า คณะรัฐมนตรีสามารถอนุมัติหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้






