
ราคาน้ำมันตลาดโลกเดือด WTI พุ่ง 6% เบรนท์ทะลุ 100 เหรียญในรอบ 2 เดือน
สงครามตะวันออกกกลางเดือด ฮูตีถล่มเรือซาอุดีอาระเบีย ซ้ำเติมอุปทานโลก ดันราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 เหรียญ ลุ้นไทยเจอแรงกดดันรอบใหม่
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดพุ่งขึ้นกว่า 6% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน
- สาเหตุหลักมาจากการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมัน
- เหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค โดยสหรัฐฯ ขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้หากมีการโจมตีเรืออีกครั้ง
- นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก หากการขนส่งผ่านช่องแคบสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซและบับเอลมันเดบยังคงหยุดชะงัก
ราคาน้ำมันตลาดโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งกว่า 6% ในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.)
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนพ.ค.
หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง ส่งผลให้ภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 5.36 เหรียญ หรือ 6.17% ปิดที่ 92.19 เหรียญ/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 6.62 เหรียญ หรือ 7.04% ปิดที่ 100.69 เหรียญ/บาร์เรล
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ส่วนสัญญาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. โดยขณะนี้สัญญาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นไปแล้วเกือบ 40% เมื่อเทียบกับช่วงที่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในเดือนก.พ.
กลุ่มฮูตีเปิดแนวรบใหม่ในสงครามอิหร่านด้วยการประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และล่าสุดได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำของซาอุดีอาระเบียในช่องแคบบับเอลมันเดบ ขณะที่สำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า หนึ่งในเรือสองลำได้เกิดเพลิงไหม้หลังจากถูกโจมตีขณะแล่นอยู่ในทะเลแดง
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า หากกลุ่มฮูตีก่อเหตุโจมตีเรือในช่องแคบบับเอลมันเดบอีกครั้ง สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อโจมตีอิหร่านและกลุ่มฮูตี
นักวิเคราะห์จาก Gelber and Associates ระบุว่า การยกระดับความรุนแรงครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมภาวะชะงักงันในช่องแคบฮอร์มุซ และยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันที่จะรองรับความต้องการในตลาดโลกในระยะสั้น
นักวิเคราะห์หลายรายระบุว่า การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก โดยช่องแคบบับเอลมันเดบมีความสำคัญต่อการค้าโลก เนื่องจากเป็นประตูเข้าสู่ทะเลแดง
นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ระบุว่า ราคาน้ำมันเบรนท์อาจพุ่งขึ้นทะลุระดับ 120 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 4/2569 และราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ในปีหน้า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญภาวะชะงักงันไปจนถึงปี 2570 และมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอีก หากช่องแคบบับเอลมันเดบและคลองสุเอซเผชิญภาวะชะงักงันที่ยืดเยื้อเช่นกัน







