thansettakij
thansettakij
ข่าวดี กบง. สั่งหั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท เริ่ม 24 ก.ค. 69

ข่าวดี กบง. สั่งหั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท เริ่ม 24 ก.ค. 69

23 ก.ค. 69 | 06:29 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ค. 69 | 06:32 น.

กบง. เคาะลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร เริ่ม 24 ก.ค.นี้ หวังช่วยลดค่าครองชีพประชาชน รับมือวิกฤตน้ำมันโลก หลังพบกำไรส่วนเกิน

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดราคาดีเซล ณ โรงกลั่น (บี0, บี7, บี20) ลง 2.40 บาทต่อลิตร
  • การปรับลดราคาจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2569
  • มาตรการดังกล่าวเป็นการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาใช้เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ในการประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและต้นทุนการกลั่นในช่วงครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งพบว่ายังคงมีผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่เป็นระยะ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง 

ที่ประชุม กบง. ได้ใช้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เคยให้ไว้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น โดยกำหนดสมมติฐานปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย (เบนซินและดีเซลหมุนเร็ว) ณ เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 91.03 ล้านลิตรต่อวัน สามารถประมาณการมูลค่าของผลประโยชน์ส่วนเกินที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1 - 15 กรกฎาคม 2569 ตามหลักการของ คตร. ได้ประมาณ 3,892 ล้านบาท นำมาช่วยเป็นส่วนลดของราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น สำหรับดีเซลหมุนเร็ว

ข่าวดี กบง. สั่งหั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท เริ่ม 24 ก.ค. 69

 

ที่ประชุม กบง. จึงมีมติเห็นชอบให้ ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 ลง 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 พร้อมเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เรื่องการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น และมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป 

 

“การกำหนดส่วนลดดังกล่าวอยู่บนหลักการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นน้ำมันมาใช้บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดภาระของกองทุนน้ำมัน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ตลาดและไม่กระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้การส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างเป็นธรรม และยังคงรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ”