
ผู้เชี่ยวชาญพลังงานเตือน น้ำมันโลกเสี่ยงแตะ 100 เหรียญ จับตารัฐงัดลดค่าการกลั่น
ราคาน้ำมันครึ่งปีหลังยังสูง ลุ้นแตะ 100 เหรียญ แม้สงครามคลี่คลาย โรงกลั่นยังฟื้นไม่เต็มที่ จับตาดีเซลไทยขยับ รัฐจ่อใช้ 2 มาตรการพยุงราคา
KEY
POINTS
- ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันโลกในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง และอาจพุ่งแตะ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น
- ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลโดยตรงทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยต้องปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
- มีการจับตาว่ารัฐบาลอาจนำมาตรการ "ลดค่าการกลั่น" กลับมาใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบด้านราคาพลังงานต่อประชาชน
ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงานเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประเด็นสถานการณ์ราคาน้ำมันในตฃาสดโลกช่วงครึ่งปีหลัง ว่า ยังคงอยู่ในระดับสูงอยู่ที่ประมาณ 80-90 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านมีความรุนแรงอย่างหนัก อาจส่งผลทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึง 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลได้
“สถานการณ์เวลานี้ก็ถือว่าแย่ เพราะล่าสุดได้มีผลทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นเกิน 90 เหรียสหรัฐฯต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มที่อาจพุ่งขึ้นไปถึง 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาเรลได้ เพราะไม่ใช่เป็นเพียงแค่เรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังรวมไปถึงแหล่งผลิต และแหล่งแปรรูปด้วย”
ราคาน้ำมันในไทยจ่อขึ้น
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยนั้น แน่นอนว่าราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศจะต้องปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตาดโลก โดยแนวทางในการลดผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน รัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการอาจจะต้องนำกลไกลเรื่องการลดค่าการกลั่นกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง เพราะเวลาที่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น ค่าการกลั่นก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยที่ปัจจุบันก็ถือว่าอยู่ในระดับสูง แต่ก็มีการปรับลดลงมาอย่างมาก
“การลดค่าการกลั่นเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศได้ นอกจากนี้ยังมีแนวทางเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลคงใช้เป็นแนวทางสุดท้าย เพราะปัจจุบันยจังมีการเก็บอยู่ที่ 5-6 บาท“
ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังราคาน้ำมันยังน่าจะอยู่ในระดับสูง แต่อาจจะไม่มากเท่าช่วงที่เกิดสงครามตะวันออกกลางระยะแรก โดยราคาน้ำมันดีเซลน่าจะอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่น่าจะไม่เกิน 120 เหรียสหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะที่นำมันเบนซินราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 90-100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
”ราคาน้ำมันช่วงครึ่งปีหลังจะอยู่ในระดับสูง แม่ว่าสหรัฐนและอิหร่านจะเลิกสู้รบกันไปแล้วก็ตาม เพราะโรงงานกลั่นยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้เหมืนอเดิม ยกเว้นว่ากลุ่มโอเปกจะเพิ่มกำลังการผลิต“
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันคงไม่สูงเท่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยผลกระทบต่อประเทศไทยก็คงไม่มาก ราคาขายปลีกคงไม่กระโดดขึ้นถึง 50 บาทต่อลิตรอีก
ส่วนการนำกลไกลของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยนั้น คงพิจารณาจากสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯในช่วงเวลานั้นว่าเป็นอย่างไร เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชน







