
เปิดยุทธศาสตร์ LNG ไทย หนุนอุตสาหกรรม ลดคาร์บอน เสริมความมั่นคงพลังงาน
กรมธุรกิจพลังงานยกระดับความปลอดภัย LNG รับลงทุนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด สร้างความเชื่อมั่น เปิดแผนสถานี LNG เพิ่ม 11 แห่ง หนุนโลจิสติกส์-เสริมความมั่นคงพลังงาน
KEY
POINTS
- กรมธุรกิจพลังงานยกระดับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ LNG และ LPG เพื่อรองรับการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมและขนส่ง
- การใช้ LNG มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเป็นเชื้อเพลิง และภาคการขนส่งสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่
- การส่งเสริมการใช้ LNG ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของสถานประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้ LNG และ LPG ในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง
โดยเป็นไปตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงด้านพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ ล่าสุดได้ลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบดูงานสถานประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บริษัท อินโดรามา โฮลดิ้งส์ จำกัด สถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ,บริษัท ราชบุรีกล๊าส อินดัสทรี จำกัด และสถานีบริการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สาขาราชบุรี
LNG แนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
ซึ่งปัจจุบันการใช้ LNG มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับหม้อไอน้ำ เตาเผา และเตาหลอม รวมถึงภาคการขนส่ง โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถหัวลากที่ต้องการเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางระยะไกล โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ขณะที่ปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานได้ออกใบอนุญาตสถานที่ใช้ LNG แล้ว 139 แห่ง และออกใบอนุญาตสถานีบริการ LNG 5 แห่ง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี ปทุมธานี ชลบุรี และสระบุรี ขณะที่ภาคเอกชนมีแผนลงทุนจัดตั้งสถานีบริการเพิ่มเติมอีก 11 แห่ง เพื่อรองรับเส้นทางขนส่งหลักของประเทศในอนาคต สะท้อนแนวโน้มการใช้เชื้อเพลิงสะอาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง
ในส่วนของก๊าซ LPG กรมธุรกิจพลังงานได้ยกระดับการกำกับดูแลเชิงรุก โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการและประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทที่ 1 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สามารถประกอบกิจการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมขยายรูปแบบความร่วมมือดังกล่าวไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
ราชบุรีพื้นที่ยุทธศาสตร์ก๊าซธรรมชาติไทย
นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปอีกว่า ราชบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านก๊าซธรรมชาติของประเทศ เป็นศูนย์กลางการกระจายก๊าซธรรมชาติที่เชื่อมโยงระบบขนส่งและการกระจายเชื้อเพลิงสู่ภาคอุตสาหกรรมและพื้นที่ภาคตะวันตก จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
“บริษัท อินโดรามา โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งนำ LNG มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ รวมถึงใช้ระบบนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (Waste Heat Recovery) และติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่วนบริษัท ราชบุรีกล๊าส อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วในเครือ BCG ซึ่งใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงหลักในกระบวนการหลอมแก้ว และสถานีบริการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สาขาราชบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางกระจายก๊าซธรรมชาติไปยังภาคอุตสาหกรรมและสถานีบริการ NGV ในพื้นที่ภาคตะวันตก”
นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปอีกว่า การใช้ LNG ในภาคอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นการกำกับดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัยทุกขั้นตอน เป็นการสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงาน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาไปสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน







