thansettakij
thansettakij
‘กกพ.’ เล็งทบทวนโรงไฟฟ้าหมุนเวียน 593 สัญญา ดันค่าไฟสะท้อนต้นทุนจริง

‘กกพ.’ เล็งทบทวนโรงไฟฟ้าหมุนเวียน 593 สัญญา ดันค่าไฟสะท้อนต้นทุนจริง

13 ก.ค. 69 | 09:38 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 69 | 09:38 น.

จับตา กพช. 15 ก.ค. ถกโครงสร้างค่าไฟใหม่ กกพ.เร่งปรับต้นทุนซื้อไฟ หวังลดค่าไฟประชาชน ย้ำไม่รื้อสัญญา PPA ระบุทุกขั้นตอนต้องเป็นธรรมทุกฝ่าย

KEY

POINTS

  • กกพ. เตรียมศึกษาเพื่อทบทวนต้นทุนการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 593 สัญญาที่จ่ายไฟเข้าระบบแล้ว
  • มีเป้าหมายเพื่อปรับราคารับซื้อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่ลดลงในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนจริงและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว
  • การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การยกเลิกสัญญา แต่เป็นการพิจารณาต้นทุนใหม่เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า โดยจะพิจารณาแยกตามประเภทเทคโนโลยีและเงื่อนไขของแต่ละโครงการ

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. เตรียมศึกษาการทบทวนต้นทุนรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่ลดลงในปัจจุบัน 

โดยย้ำว่าไม่ใช่การรื้อหรือยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า แต่เป็นการทบทวนต้นทุนที่สะท้อนความเป็นจริง เพื่อเปิดทางให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากค่าไฟฟ้าที่ลดลงในระยะยาว ซึ่งช่วงที่ภาครัฐเริ่มส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในรูปแบบแอดเดอร์ ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากค่าไฟฟ้าฐานและค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟที (FT) ทำให้มีรายได้จากการขายไฟฟ้าสูงถึงประมาณ 8 -11 บาทต่อหน่วยในช่วงได้รับสิทธิประโยชน์ 

‘กกพ.’ เล็งทบทวนโรงไฟฟ้าหมุนเวียน 593 สัญญา ดันค่าไฟสะท้อนต้นทุนจริง

 

และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลารับแอดเดอร์ ยังสามารถขายไฟฟ้าได้ในอัตราเฉลี่ยประมาณ 3.10 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันราคารับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประมาณ 2.16 บาทต่อหน่วย สะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงควรนำมาพิจารณาประกอบการปรับโครงสร้างต้นทุนรับซื้อไฟฟ้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งนี้การพิจารณาจะดำเนินการแยกตามประเภทเทคโนโลยีและเงื่อนไขของแต่ละโครงการ รวมถึงอายุสัญญา 

โดยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) แล้ว 593 สัญญา กำลังผลิตรวม 4,336 เมกะวัตต์ และยังมีบางโครงการที่ยังไม่สามารถจ่ายไฟเข้าระบบได้อีก 4 โครงการ 67  เมกะวัตต์ ซึ่งในส่วนของที่ยังไม่ซีโอดี อาจต้องพิจารณาว่า จะยุติสัญญา 

ในส่วนของการทบทวนต้นทุนรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ต้องรอคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานดำเนินการอย่างไรต่อไป  ซึ่งกกพ.เป็นหนึ่งในคณะทำงาน รวมถึงให้ข้อมูลคณะกรรมการ และพร้อมดำเนินการตามนโยบายของกพช. ซึ่งในการประชุมกพช. วันที่ 15 ก.ค.นี้ คาดว่า จะมีการหารือในส่วนเบื้องต้นในส่วนของค่าไฟฐานใหม่

ส่วนนโยบายการทบทวนรับซื้อไฟของเอกชน ชุดนายปกรณ์ ยังไม่แน่ใจว่า จะมาหารือในที่ประชุมลักษณะใด เชื่อว่าตอนนี้ทุกฝ่ายเร่งทำงานกันเต็มที่ เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ก็ต้องทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  เป็นทั้งการลดภาระค่าไฟ และเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว เบื้องต้นการปรับค่าไฟฐาน จะแล้วเสร็จก่อนการทบทวนซื้อไฟ