
รัฐไม่อุ้มโรงกลั่น เอกนัฏชี้น้ำมันขาลง ขาดทุนเป็นเรื่องธุรกิจต้องรับเอง
เอกนัฏลั่นแรงโรงกลั่นกำไรตอนน้ำมันขึ้น วันนี้ขาดทุนก็ต้องรับสภาพเอง อย่าผลักภาระให้ประชาชน พร้อมเล็งคุมค่าการกลั่นอัตโนมัติ ป้องกันกำไรพุ่งผิดปกติ
KEY
POINTS
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ช่วยเหลือโรงกลั่นที่อาจขาดทุนจากภาวะราคาน้ำมันขาลง
- ชี้ว่าเป็นเรื่องของธุรกิจที่ต้องยอมรับสภาพเอง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยทำกำไรในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงไปแล้ว
- ภาครัฐกำลังพิจารณาการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน และอาจสร้างกลไกเพื่อจำกัดค่าการกลั่นไม่ให้สูงเกินไปในอนาคต
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่น้ำมันเข้าสู่ขาลงและโรงกลั่นน้ำมันอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนหรืออขาดทุนสต็อกว่า เป็นเรื่องของโรงกลั่น เพราะตอนที่น้ำมันขาขึ้นก็เก็บกำไรไปแล้ว ตอนนี้รอบแห่งการหมุน หรือไซเคิลเป็นอีกไซเคิลหนึ่งคือน้ำมันขาลง เพราะฉะนั้นหากขาดทุนก็ต้องรับสภาพไป เพราะก็เก็บกำไรมาก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนที่รัฐไปบี้มาจาก 6 โรงกลั่นก่อนหน้านี้ เพื่อนำมาเป็นส่วนลดราคาน้ำมันให้กับประชาชน เป็นการบี้ค่าการกลั่นประมาณ 8,300 ล้านบาท หรือ 2,400 ล้านลิตร ตอนที่น้ำมันถูกก็ขายแพง ฉะนั้นตอนแพงก็ต้องขายถูก นี่เป็นไซเคิลเป็นสิ่งที่ต้องรับสภาพ
อย่างไรก็ดี ที่ดำเนินการตอนนี้คือใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.เป็นอำนาจชั่วคราว เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างนิ่ง และ พ.ร.ก.ไม่ได้ใช้ก็ต้องปรับโครงสร้างน้ำมันอยู่ดี อ้างอิงราคาสิงคโปร์ควรจะต้องไปบวกพรีเมียมไหม ประเด็นเหล่านี้ก็ต้องมาดู หรือในอนาคตควรจะต้องมีกลไกจัดการจำกัดค่าการกลั่นโดยอัตโนมัติหรือไม่ ไม่ให้พุ่งสูงเกินไป
เพราะปรากฏการณ์แบบนี้ไม่เคยพบที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปพุ่งสูงเกินน้ำดิบไปมาก แล้วทำให้ค่าการกลั่นพุ่งสูงผิดปกติก็มาใช้อำนาจ พ.ร.ก.เข้ามาจัดการลดค่าการกลั่นกำหนดค่าการกลั่นใหม่ แต่เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.
สิ่งที่ต้องการคือ ในสถานการณ์ปกติก็ควรมีกลไกแบบนี้ด้วย ก็ใช้ กบง.ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ให้ทีมสุดซอย เข้ามาดู ส่วนเรื่องจับน้ำมันเถื่อนทาง DSI ก็เริ่มออกหมายเรียกแล้ว







