
ราคาน้ำมันตลาดโลก WTI ปิดร่วง 19 เซนต์ เบรนท์ปิดบวก นักลงทุนจับตาความตึงเครียด
ราคาน้ำมันตลาดโลก WTI ปิดลบ เบรนท์ปิดบวกเกือบ 80 เหรียญ นักลงทุนจับตาความตึงเครียดตะวันออกกลางรอบใหม่ แม้สหรัฐ-อิหร่านลงนาม MOU ยุติสงคราม
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดลดลง 19 เซนต์ สวนทางกับน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวสูงขึ้น 30 เซนต์
- นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ เตือนอิสราเอลไม่ให้โจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
- ความเห็นของสหรัฐฯ สร้างความไม่แน่นอนต่อข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันตลาดโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดบวก
หลังเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯได้เตือนอิสราเอลเกี่ยวกับการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน โดยท่าทีดังกล่าวของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจเกี่ยวกับความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 19 เซนต์ หรือ 0.25% ปิดที่ 76.60 เหรียญ/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 79.85 เหรียญ/บาร์เรล
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนอิสราเอลไม่ให้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน นอกจากนี้ แวนซ์ยังได้กล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่อิสราเอลที่ต่อต้านข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือพันธมิตรเพียงหนึ่งเดียวของอิสราเอล พร้อมกับอ้างถึงความช่วยเหลือด้านการป้องกันประเทศมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่สหรัฐฯ มอบให้กับอิสราเอล
ก่อนที่รองปธน.สหรัฐฯ จะแสดงความเห็นดังกล่าว ราคาน้ำมันเบรนท์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. และราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.
ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Again Capital ระบุว่า ถ้อยแถลงของรองปธน.สหรัฐฯ ที่มีต่ออิสราเอลนั้น อาจทำให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง และมีผลต่อความเคลื่อนไหวในตลาดน้ำมัน
โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงคราม และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยข้อตกลง 14 ข้อที่ลงนามเมื่อค่ำวันพุธ (17 มิ.ย.) นั้น ครอบคลุมถึงการขยายเวลาหยุดยิงที่ประกาศไว้เมื่อเดือนเม.ย.ออกไปอีก 60 วัน รวมถึงการหยุดยิงในเลบานอน เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาข้อตกลงหยุดยิงถาวร
เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเน้นย้ำว่า สำหรับอิหร่านแล้ว การหยุดยิงในเลบานอนนั้นมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยโกลด์แมน แซคส์คาดว่าการส่งออกน้ำมันของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับจะกลับเข้าสู่ระดับปกติเหมือนช่วงก่อนสงครามภายในสิ้นเดือนก.ค. และการผลิตน้ำมันดิบจะฟื้นตัวภายในเดือนต.ค.ปีนี้
ล่าสุด เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือขนส่งน้ำมันที่บรรทุกน้ำมันรวมมากกว่า 12 ล้านบาร์เรล ได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นสงคราม พร้อมกับกล่าวว่า อิหร่านไม่ได้ยิงใส่เรือลำใดในช่องแคบฮอร์มุซเป็นคืนที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ได้อนุญาตให้เรือมากกว่าสิบลำแล่นผ่านแนวปิดล้อมทางทะเล







