
เจาะแผนโรงกลั่นไทย เพิ่มสำรองน้ำมันบนเรือ รับมือวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ
โรงกลั่นเร่งกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ ดึงสหรัฐ-แอฟริกาเสริมอุปทาน หนุนความมั่นคงพลังงานประเทศ พร้อมเพิ่ม พร้อมเพิ่มสำรองน้ำมันบนเรือ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- กลุ่มโรงกลั่นไทยเพิ่มมาตรการสำรองน้ำมันดิบด้วยการจัดเก็บบนเรือ (Floating Storage) และเร่งจัดหาล่วงหน้า เพื่อรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
- ปรับแผนลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางลงจาก 60% เหลือประมาณ 30% โดยหันไปนำเข้าจากแอฟริกาตะวันตกและสหรัฐฯ แทน
- ผลจากมาตรการต่างๆ ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณน้ำมันสำรองในระบบสูงกว่าช่วงปกติประมาณ 10 วัน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้ติดตามสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการจัดหาเส้นทางการขนส่ง และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการจัดหาน้ำมัน รวมถึงประเมินสถานการณ์และวางแผนจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ค้าและผู้ผลิตน้ำมันในตลาดโลก เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำมันดิบจากหลายภูมิภาคและปรับแผนจัดหาได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ ความสามารถในการปรับตัวดังกล่าวเป็นผลจากการลงทุนพัฒนาและปรับปรุงโรงกลั่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถรองรับน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตที่หลากหลายและเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหา
กระจายแหล่งจัดหาน้ำมัน
โดยตั้งแต่เกิดภาวะความไม่สงบในตะวันออกกลาง กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้เพิ่มการจัดหาน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น เช่น แอฟริกาตะวันตกและสหรัฐฯ ส่งผลให้สัดส่วนการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางลดลงจากประมาณ 60% ในภาวะปกติเหลือประมาณ 30% ซึ่งเป็นน้ำมันดิบที่ยังสามารถรับมอบจากท่าเรือนอกช่องแคบฮอร์มุซ
เร่งหาน้ำมันดิบล่วงหน้า
นอกจากนี้ เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการอุปทานเพิ่มเติม เช่น เร่งการจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้าเพื่อรองรับการผลิต ,การเพิ่มการจัดเก็บน้ำมันดิบบนเรือ (Floating Storage)
รวมถึงการจัดหาถังน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติมชั่วคราวจากทั้งภายในและภายนอกโรงกลั่น ส่งผลให้ในปัจจุบัน มีปริมาณน้ำมันในระบบสูงกว่าระดับปกติก่อนเกิดสงครามประมาณ 10 วัน ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าประเทศไทยยังมีพลังงานเพียงพอรองรับความต้องการใช้งานและรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้







