
ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่ง WTI ปิด 96 เหรียญ สหรัฐฯปะทะอิหร่านสงครามตะวันออกกลางเดือด
ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งทะลุ 96 เหรียญ หลังสหรัฐฯปะทะอิหร่าน เจรจาสันติภาพไร้ความคืบหน้า ดัน WTI บวกกว่า 2% เบรนท์แตะ 97.81 เหรียญ ด้าน IEA เตือนสต็อกน้ำมันโลกเสี่ยงวิกฤต
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดโลกพุ่งขึ้นกว่า 2% ปิดที่ 96.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังกองทัพสหรัฐฯ และอิหร่านเกิดการปะทะกัน
- การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
ราคาน้ำมันตลาดโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 2% ในวันพุธ (3 มิ.ย.)
หลังมีรายงานการปะทะกันระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่การเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่มีความคืบหน้า
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 2.26 เหรียญ หรือ 2.41% ปิดที่ 96.02 เหรียญ/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.81 เหรียญ หรือ 1.89% ปิดที่ 97.81 เหรียญ/บาร์เรล
ทั้งนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางอย่างคูเวตและบาห์เรน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ขณะที่กองกำลังทหารของสหรัฐฯ ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่าน โดยเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ระบุในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Al Mayadeen ของเลบานอนเมื่อวันพุธว่า การติดต่อระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่ถูกตัดขาด แต่การเจรจาสันติภาพของทั้งสองฝ่ายยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ โดยต่างก็กำลังประเมินข้อเสนอของกันและกัน
สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านระบุในวันเดียวกันว่า อิหร่านไม่ได้ตอบกลับสหรัฐฯ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และการแลกเปลี่ยนร่างข้อเสนอผ่านตัวกลางได้ถูกระงับไว้ จนกว่าเงื่อนไขของอิหร่านที่ต้องการให้อิสราเอลยุติการสู้รบในเลบานอนจะได้รับการตอบสนอง
อย่างไรก็ดี อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอน นับตั้งแต่กลุ่มอาวุธฮิซบอลเลาะห์เปิดฉากยิงเพื่อแสดงจุดยืนร่วมรบกับอิหร่าน
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกรายงานเตือน โดยระบุว่า คลังน้ำมันสำรองทั่วโลกอาจลดลงสู่ระดับวิกฤตก่อนถึงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความต้องการใช้น้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุด หากการดึงน้ำมันออกจากคลังสำรองยังคงดำเนินไปในอัตราปัจจุบัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะยิ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีก
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 433.7 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ค. ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 4 ล้านบาร์เรล
สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล







